วันอาทิตย์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2562

..... ประกันภัย เป็นเรื่อง .....: เรื่องที่ 101: แล้วถ้าหากยาจากกัญชาและต้นกัญชาที่ไ...

..... ประกันภัย เป็นเรื่อง .....: เรื่องที่ 101: แล้วถ้าหากยาจากกัญชาและต้นกัญชาที่ไ...: เรื่องที่ 101: แล้วถ้าหากยาจากกัญชาและต้นกัญชาที่ได้รับอนุญาตให้ถือครอง ถูกคนร้ายขโมยไป จะเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันภัยได้ไหม? ...
เรื่องที่ 101: แล้วถ้าหากยาจากกัญชาและต้นกัญชาที่ได้รับอนุญาตให้ถือครอง ถูกคนร้ายขโมยไป จะเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันภัยได้ไหม?


คดีตัวอย่างนี้อาจมีเงื่อนไขข้อกำหนดความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัยแตกต่างจากชุดกรมธรรม์ประกันภัยสำหรับเจ้าบ้านของบ้านเราอยู่บ้าง แต่เห็นว่า มีบางประเด็นที่น่าสนใจควรนำมาเล่าสู่กันฟัง

เรื่องนี้เกิดขึ้นที่ประเทศแคนาดา ผู้เอาประกันภัยรายนี้ซึ่งประสบอุบัติเหตุทางถนนจนร่างกายทุพพลภาพได้รับอนุญาตจากหน่วยงานของรัฐให้ถือครองยาจากกัญชา และปลูกต้นกัญชาภายในบ้านเพื่อจุดประสงค์ทางการรักษาพยาบาลของตนเองได้ 

ประมาณเดือนกันยายน ค.ศ. 2009 ได้มีคนร้ายเข้าไปขโมยถอนต้นกัญชาหกต้นที่ผู้เอาประกันภัยได้ปลูกไว้ในสวนหลังบ้านไป ถัดมาอีกสองปีในเดือนเดียวกัน ต้นกัญชาที่ปลูกไว้อีกห้าต้นก็ถูกขโมยไปอีก

เมื่อผู้เอาประกันภัยรายนี้ได้พิจารณาเงื่อนไขข้อกำหนดในกรมธรรม์ประกันภัยสำหรับเจ้าบ้านของตน ซึ่งระบุความคุ้มครองที่เกี่ยวข้องเอาไว้ ดังนี้

1. หมวดความคุ้มครอง ข – ทรัพย์สินส่วนบุคคล (Personal Property)
    คุ้มครองสิ่งของต่าง ๆ ภายในสถานที่อยู่อาศัย และทรัพย์สินส่วนบุคคลอื่นใดซึ่งผู้เอาประกันภัยเป็นเจ้าของ สวมใส่ หรือใช้อยู่ภายในสถานที่เอาประกันภัยตามปกติวิสัยเพื่อการอยู่อาศัย

2. การขยายความคุ้มครองถึงต้นไม้ ไม้พุ่ม และพรรณพืชต่าง ๆ
    ขยายความคุ้มครองถึงต้นไม้ ไม้พุ่ม และพรรณพืชต่าง ๆ ที่เป็นส่วนหนึ่งของการจัดสวน (landscaping) ภายในสถานที่เอาประกันภัย ในเงินคุ้มครองรวมสูงสุดไม่เกินร้อยละ 5 ของจำนวนเงินเอาประกันภัยทั้งหมด โดยมีจำนวนเงินคุ้มครองย่อยสูงสุดต่อต้น 1,000 ดอลล่าร์สหรัฐ รวมทั้งการขนย้ายซากด้วย อันมีสาเหตุจากภัยที่กำหนดไว้ รวมถึงการลักขโมยด้วย

ผู้เอาประกันภัยจึงได้ยื่นเรื่องเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนต่อบริษัทประกันภัยของตนทั้งสองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

บริษัทประกันภัยตกลงยินดีชดใช้ค่าสินไหมทดแทนสำหรับต้นกัญชาทั้งหมดสิบเอ็ดต้นที่ถูกขโมยไปรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 11,000 ดอลล่าร์สหรัฐ แต่ได้รับการโต้แย้งจากผู้เอาประกันภัยรายนี้ว่า (เนื่องจากมูลค่าของต้นกัญชาแต่ละต้นสูงกว่าวงเงินที่กำหนดไว้) ตนเห็นว่า ต้นกัญชานั้นควรถือเป็นทรัพย์สินส่วนบุคคล ซึ่งอยู่ในความคุ้มครองหลักมากกว่าที่จะอยู่ในส่วนของการขยายความคุ้มครองดังกล่าวข้างต้น เพราะคำว่า “การจัดสวน (landscaping)” มุ่งเน้นไปที่การเสริมสร้างภูมิทัศน์ ขณะที่การปลูกต้นกัญชานั้นกระทำเพื่อจุดประสงค์ทางการแพทย์ 

ฉะนั้น บริษัทประกันภัยจำต้องชดใช้ตามมูลค่าความเสียหายที่แท้จริงของต้นกัญชาเหล่านั้น รวมถึงความเสียหายอันเกิดแต่พฤติการณ์พิเศษ ตลอดจนความเสียหายทางด้านจิตใจ และความเจ็บปวดทางร่างกายอีกด้วย ซึ่งคำนวณแล้วเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 360,000 ดอลล่าร์สหรัฐ (ไม่รวมค่าต้นกัญชา)

แน่นอนครับ เรื่องนี้จำต้องให้ศาลท่านเป็นผู้พิจารณาเสียแล้ว

ศาลชั้นต้นเห็นด้วยกับบริษัทประกันภัยซึ่งตกเป็นจำเลยในคดีนี้ว่า ต้นกัญชาจัดอยู่ในส่วนของการขยายความคุ้มครอง มิใช่เป็นทรัพย์สินส่วนบุคคลอื่นเพื่อการอยู่อาศัยแต่ประการใด 

โจทก์ คือ ผู้เอาประกันภัยรายนี้ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อ

ศาลอุทธรณ์มีความเห็นว่า ถ้อยคำของกรมธรรม์ประกันภัยฉบับนี้ในหมวดความคุ้มครอง ข ชัดเจนอยู่แล้วว่า “คุ้มครองสิ่งของต่าง ๆ ภายในสถานที่อยู่อาศัย และทรัพย์สินส่วนบุคคลอื่นใด ....” 

ฉะนั้น ต้นกัญชาถือเป็นสิ่งที่ผู้เอาประกันภัยได้รับอนุญาตจากหน่วยงานของรัฐเป็นการเฉพาะบุคคล เข้าข่ายอยู่ในความหมายของทรัพย์สินส่วนบุคคล แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากความคุ้มครองหมวดนี้ยังกำหนดเงื่อนไขต่ออีกว่า จะได้รับความคุ้มครองต่อเมื่อผู้เอาประกันภัยได้ใช้ตามปกติวิสัยเพื่อการอยู่อาศัย (usual to …… of a dwelling) เท่านั้น อนึ่ง ในเวลาที่พิจารณาคดีนี้ ปรากฏมีผู้ได้รับอนุญาตให้ปลูกต้นกัญชาได้ไม่ถึงร้อยละหนึ่งของจำนวนประชากรของประเทศเลย

แม้ศาลอุทธรณ์จะเห็นต่างจากศาลชั้นต้นเรื่องรายการของทรัพย์สินที่คุ้มครอง แต่ก็เห็นพ้องกันตรงที่ต้นกัญชาไม่อยู่ในเงื่อนไขที่กำหนดไว้ของหมวดความคุ้มครอง ข ดังเหตุผลที่อ้างนั้น และตัดสินว่า ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยมานั้นชอบแล้ว

(อ้างอิงและเรียบเรียงจากคดี Stewart v. TD General Insurance Company, 2014 ONSC 854 (CanLII))

เทียบเคียงกับถ้อยคำของกรมธรรม์ประกันอัคคีภัย สำหรับที่อยู่อาศัยฉบับมาตรฐานบ้านเรา ซึ่งชุดกรมธรรม์ประกันภัยสำหรับเจ้าบ้านของบ้านเราใช้อ้างอิงถึงเป็นต้นแบบ ก็มีระบุถ้อยคำที่คล้ายคลึงตรงคำจำกัดความของทรัพย์สินภายในสิ่งปลูกสร้างว่า “....... และทรัพย์สินอื่น ๆ (ที่มิได้ระบุอยู่ในข้อยกเว้นทั่วไป 5.3 ข้อ 5.3.8 ต้นไม้ การจัดแต่งสวน สนามหญ้า) เพื่อการอยู่อาศัยของผู้เอาประกันภัยหรือบุคคล ซึ่งตามปกติพักอาศัยอยู่กับผู้เอาประกันภัย”  

เคยมีประเด็นปัญหาการตีความว่า ทรัพย์สินเพื่อการอยู่อาศัยนั้น หมายความเช่นไรกันแน่? ถึงขนาดจะต้องอาศัยจำนวนประชากรของประเทศมาคำนวณประกอบการพิจารณาดังเช่นคดีศึกษานี้หรือเปล่า?

ส่วนตัวที่หยิบยกคดีศึกษาเกี่ยวกับกัญชามาเพื่อเป็นแนวทางเสริมสร้างความรู้ และได้เขียนเพิ่มเติมในบทความ พบ-ป(ร)ะ-กัน(ภัย): เป็นเรื่อง เป็นราว อีก เพราะไม่แน่ใจว่า การผ่อนผันให้ถือครองกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ของเราจะถูกดำเนินการเร็วขนาดไหน แต่กระแสเรียกร้องดูมากเหมือนกัน เมื่อถึงเวลานั้นแล้ว ธุรกิจประกันภัยควรเตรียมการรองรับไว้บ้างน่าจะดี

เรื่องต่อไป: เป็นกรณีคดีศึกษาของการประกันความเสี่ยงภัยทุกชนิดสำหรับผู้รับเหมา (Contractor’s All Risks Insurance) ส่วนจะเป็นประเด็นใดนั้น โปรดติดตามครับ)
บริการ
-      รับบรรยายให้ความรู้ด้านประกันวินาศภัย
-     รับแปลเอกสารกรมธรรม์ประกันภัย (อังกฤษเป็นไทย)
สนใจติดต่อ vivatchai.amornkul@gmail.com

ประกันภัยเป็นเรื่อง http://vivatchaia.blogspot.com
พบ-ป(ร)ะ-กัน(ภัย): เป็นเรื่อง เป็นราว ใน Facebook Meet Insurance ที่ https://www.facebook.com/pomamornkul/

วันจันทร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2562

..... ประกันภัย เป็นเรื่อง .....: เรื่องที่ 100: ผู้เช่าแอบลักลอบปลูกกัญชา (Marijuan...

..... ประกันภัย เป็นเรื่อง .....: เรื่องที่ 100: ผู้เช่าแอบลักลอบปลูกกัญชา (Marijuan...: เรื่องที่ 100: ผู้ เช่าแอบลักลอบปลูกกัญชา (Marijuana/Cannabis) ภายในอาคารที่เช่า เมื่อเกิดความเสียหายจากภัยที่คุ้มครองแก่อาคารนั้น ผู้ให้เช...
เรื่องที่ 100: ผู้เช่าแอบลักลอบปลูกกัญชา (Marijuana/Cannabis) ภายในอาคารที่เช่า เมื่อเกิดความเสียหายจากภัยที่คุ้มครองแก่อาคารนั้น ผู้ให้เช่าอาคารนั้นสามารถเรียกร้องให้บริษัทประกันภัยที่คุ้มครองทรัพย์สินของตนรับผิดได้หรือไม่?


เรื่องการอนุญาตให้ถือครองกัญชาได้ในต่างประเทศอย่างเช่น ประเทศสหรัฐอเมริกาได้อนุญาตเพียงระดับมลรัฐ (State Law) เท่านั้น และทยอยดำเนินการไปตามแต่ละรัฐที่มีความพร้อม ส่วนระดับของประเทศยังมิได้ออกกฎหมายรองรับ (Federal Law) กันเลย สร้างความปวดหัวให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างมาก

ฉะนั้น จะส่งผลอย่างไรกับการประกันภัยบ้าง? มาดูคดีศึกษานี้กันครับ

ผู้เอาประกันภัยมีอาคารพาณิชย์ให้เช่าโดยจำกัดเพียงเพื่อให้เปิดเป็นสำนักงาน หรือธุรกิจที่เสี่ยงภัยต่ำเท่านั้น และได้ทำประกันภัยคุ้มครองตัวอาคารเอาไว้กับบริษัทประกันภัยแห่งหนึ่งภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน

อยู่มาวันหนึ่ง ผู้เอาประกันภัยได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายป้องกันและปราบปรามยาเสพติดว่า ได้นำกำลังเข้าไปตรวจค้นอาคารที่ให้เช่าของผู้เอาประกันภัย เนื่องจากมีเบาะแสว่า ผู้เช่าของผู้เอาประกันภัยนั้นได้ดัดแปลงอาคารที่เช่าเพื่อใช้ปลูกกัญชาแทน ขอเชิญเข้าไปร่วมตรวจดูสภาพด้วย 

เมื่อผู้เอาประกันภัยไปเห็นสภาพอาคารของตนเองแล้ว แทบจะหน้ามืดเป็นลม เพราะตัวอาคารนั้นถูกรื้อผนังออก เจาะรูตรงหลังคา พร้อมมีการติดตั้งท่อระบายอากาศกับท่อแก๊สเพิ่มเติมเพื่อใช้ในการปลูกกัญชาดังกล่าว ประมินราคาค่าเสียหายต่อตัวอาคารนั้นแล้วคิดเป็นเงินประมาณ 5,000 ดอลล่าร์สหรัฐ
 
ผู้เอาประกันภัยจึงยื่นเรื่องเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันภัยของตน โดยให้การว่า ตนมิได้รับรู้ หรือเห็นชอบให้ผู้เช่าดำเนินการดังกล่าวแต่ประการใด แต่ต้องผิดหวัง เพราะถูกปฏิเสธ จึงจำต้องนำคดีขึ้นสู่ศาลเพื่อขอให้ศาลวินิจฉัยให้บริษัทประกันภัยรับผิดตามเงื่อนไขข้อกำหนดของกรมธรรม์ประกันภัยฉบับนั้นด้วย

บริษัทประกันภัยรายนี้อ้างว่า เนื่องจากกรมธรรม์ประกันภัยฉบับนี้ได้กำหนดข้อยกเว้นของสาเหตุของความเสียหายที่ไม่คุ้มครองเอาไว้ว่า

“การกระทำอันมีลักษณะฉ้อโกงหรือไม่ซื่อสัตย์ต่อผู้เอาประกันภัยหรือทรัพย์สินที่เอาประกันภัย”

เนื่องจากผู้เอาประกันภัยได้กำหนดวัตถุประสงค์ในการเช่าอย่างชัดแจ้งตั้งแต่ต้นแล้วว่า ให้เพื่อทำเป็นสำนักงานหรือธุรกิจที่มีความเสี่ยงภัยต่ำเท่านั้น ฉะนั้น การรื้อดัดแปลงอาคารที่เช่านั้นของผู้เช่าโดยพลการ จึงเป็นการกระทำที่ไม่ซื่อสัตย์ต่อผู้เอาประกันภัยดังที่ได้กำหนดไว้ในข้อยกเว้นข้างต้น

ศาลพิจารณาแล้วเห็นพ้องกับบริษัทประกันภัย และกล่าวเสริมเพิ่มเติมอีกด้วยว่า ถึงแม้ตามกฎหมายของมลรัฐจะสามารถให้ดำเนินการปลูกกัญชาได้ แต่ยังถือเป็นการกระทำผิดของกฎหมายระดับประเทศ (Federal Law) อยู่ดี 

ครั้นเมื่อผู้เอาประกันภัยนำคดีขึ้นสู่ชั้นศาลอุทธรณ์ ผลลัพธ์ไม่แตกต่างกัน แม้ผู้เอาประกันภัยพยายามต่อสู้ว่า การกระทำของผู้เช่านั้นถือเป็นการกระทำป่าเถื่อน (Vandalism) ซึ่งมิได้ถูกยกเว้นเอาไว้ก็ตาม แต่ศาลอุทธรณ์ก็เห็นสอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นที่ว่า การกระทำของผู้เช่านั้นเข้าข่ายเป็นความไม่ซื่อสัตย์ต่อทรัพย์สินที่เช่าซึ่งผู้เช่าได้รับมอบจากผู้ให้เช่าให้ครอบครองดูแล ซึ่งแตกต่างจากการกระทำป่าเถื่อนโดยบุคคลอื่นใด

ส่วนประเด็นข้อขัดแย้งทางด้านกฎหมายนั้น ศาลอุทธรณ์เห็นไม่มีความจำเป็นต้องพิจารณา จึงตัดสินยืนให้บริษัทประกันภัยไม่จำต้องรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัยฉบับนี้ 

(อ้างอิงและเรียบเรียงจากคดี K.V.G. Properties, Inc. v. Westfield Insurance Company, No. 17-2421 (Aug. 21, 2018))

กรมธรรม์ประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สินฉบับมาตรฐานบ้านเราก็มีข้อยกเว้นข้อนี้เช่นกันนะครับ

เรื่องต่อไป: แล้วถ้าหากยาจากกัญชาและต้นกัญชาที่ได้รับอนุญาตให้ถือครอง ถูกคนร้ายขโมยไป จะเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันภัยได้ไหม?

บริการ
-      รับบรรยายให้ความรู้ด้านประกันวินาศภัย
-     รับแปลเอกสารกรมธรรม์ประกันภัย (อังกฤษเป็นไทย)
สนใจติดต่อ vivatchai.amornkul@gmail.com

ประกันภัยเป็นเรื่อง http://vivatchaia.blogspot.com
พบ-ป(ร)ะ-กัน(ภัย): เป็นเรื่อง เป็นราว ใน Facebook Meet Insurance ที่ https://www.facebook.com/pomamornkul/
และที่ https://www.facebook.com/BestTrainingAdvisory

วันอาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2562

..... ประกันภัย เป็นเรื่อง .....: เรื่องที่ 99/2: รถบรรทุกชนรถไฟขนส่งสินค้าตกรางทั้ง...

..... ประกันภัย เป็นเรื่อง .....: เรื่องที่ 99/2: รถบรรทุกชนรถไฟขนส่งสินค้าตกรางทั้ง...: เรื่องที่ 99/2: รถบรรทุกชนรถไฟขนส่งสินค้าตกรางทั้งขบวนมีผู้เสียหายจำนวนมากเรียกร้องให้บริษัทประกันภัยของรถบรรทุกรับผิดชอบแยกผู้เสียหายแต่ล...
เรื่องที่ 99/2: รถบรรทุกชนรถไฟขนส่งสินค้าตกรางทั้งขบวนมีผู้เสียหายจำนวนมากเรียกร้องให้บริษัทประกันภัยของรถบรรทุกรับผิดชอบแยกผู้เสียหายแต่ละรายเป็นหนึ่งอุบัติเหตุ (Accident) ? 


(ตอนที่สาม)

เนื่องจากเป็นคนละเหตุการณ์คนละคดีจึงขอกำหนดเป็นหัวข้อย่อยที่ 99/2 แทน

คดีนี้การรถไฟกับเจ้าของสินค้าจำนวนสิบสี่รายและผู้ขนส่งสินค้าอีกหลายรายร่วมกันเป็นโจทก์ยื่นฟ้องเจ้าของรถบรรทุกกับบริษัทประกันภัยที่คุ้มครองรถบรรทุกคันนั้นเป็นจำเลยให้ร่วมกันรับผิดจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น

โดยบรรยายคำฟ้องว่า ผู้ขับขี่ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่หนึ่งได้ขับรถบรรทุกคันดังกล่าวไปในทางการที่จ้างด้วยความประมาทเลินเล่อชนกับขบวนรถไฟขนส่งสินค้าของโจทก์อันประกอบด้วยหัวรถจักรกับตู้รถสินค้าจำนวนสิบหกตู้ซึ่งกำลังแล่นอยู่บนรางรถไฟจนตกรางทั้งขบวน ส่งผลทำให้เกิดความเสียหายแก่ฝ่ายโจทก์ ดังนี้

(1) ค่าเสียหายต่อหัวรถจักรกับตู้รถไฟกับทรัพย์สินอื่นของการรถไฟ 
     และค่าเสียหายของเจ้าของตู้สินค้าอีกสิบสี่รายรวมกันเป็นจำนวน
     เงินทั้งสิ้น 41,371.31 ดอลล่าร์สหรัฐ
(2) ค่าเสียหายของผู้ขนส่งหลายรายรวมกันเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น
     7,638.91 ดอลล่าร์สหรัฐ
(3) ค่าเสียหายต่อพื้นถนนเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 9,000.00 
     ดอลล่าร์สหรัฐ

จึงขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าเสียหายดังกล่าวให้แก่โจทก์ด้วย

ในชั้นศาลชั้นต้น บริษัทประกันภัยในฐานะจำเลยที่สองให้การต่อสู้ว่า กรมธรรม์ประกันภัยฉบับที่ให้ความคุ้มครองแก่รถบรรทุกคันที่ก่อเหตุระบุวงเงินจำกัดความรับผิดตามกฎหมายต่อบุคคลภายนอกออกเป็นหมวดความคุ้มครองต่าง ๆ ดังนี้

หมวด ก. ความรับผิดสำหรับความบาดเจ็บทางร่างกาย (รวมทั้งความ
             รับผิดเนื่องจากรถยนต์)

             100,000.00 ดอลล่าร์สหรัฐ ต่อคน
             300,000.00 ดอลล่าร์สหรัฐ ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
                              แต่ละครั้ง

หมวด ข. ความรับผิดเฉพาะเนื่องมาจากรถยนต์ สำหรับความเสียหาย
             ต่อทรัพย์สิน
                5,000.00 ดอลล่าร์สหรัฐ ต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง

หมวด ค. ความรับผิดอื่น ๆ นอกเหนือจากรถยนต์ สำหรับความเสีย
             หายต่อทรัพย์สิน
             …………………………………..

ฉะนั้น ความรับผิดของบริษัทประกันภัยในกรณีนี้จำกัดอยู่เพียงแค่ 5,000.00 ดอลล่าร์สหรัฐเท่านั้น เนื่องจากกรณีที่เกิดขึ้นถือเป็นเพียงหนึ่งอุบัติเหตุเท่านั้น โดยไม่คำนึงว่าจะมีผู้เสียหายอยู่กี่ราย

ฝ่ายโจทก์โต้แย้งว่า  จากแนวคำพิพากษาที่ผ่านมาระบุให้ตีความคำว่า “อุบัติเหตุ” ของการประกันภัยความรับผิดตามกฎหมายด้วยการพิจารณาจากมุมมองของบุคคลภายนอกผู้เสียหายเป็นเกณฑ์ ดังนั้น บริษัทประกันภัยจำต้องรับผิดตามวงเงินดังกล่าวต่อผู้เสียหายแต่ละรายซึ่งได้รับความเสียหายจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนั้นแยกจากกันไปในแต่ละราย

ศาลชั้นต้นเห็นพ้องกับฝ่ายโจทก์ และได้ตัดสินให้บริษัทประกันภัยรับผิดให้แก่ฝ่ายโจทก์แยกแต่ละราย

บริษัทประกันภัยในฐานะจำเลยได้ยื่นอุทธรณ์โต้แย้งประเด็นการตีความหมายของคำว่า “ต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง (each accident)” ดังที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยฉบับดังกล่าว

ศาลอุทธรณ์ได้พิจารณาจากพยานหลักฐานทั้งหมดแล้ว มีความเห็นว่า

คงปฏิเสธลำบากเมื่อคนทั่วไปเอ่ยถึงคำว่า “อุบัติเหตุ” มักจะมองความหมายไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน โดยมิได้เจตนาหรือมุ่งหวัง อันเป็นการพูดถึง “อุบัติเหตุ” ในแง่ของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมากกว่าที่จะคำนึงถึงว่า จะมีบุคคลกี่คนเข้ามาเกี่ยวข้อง?

ครั้นมาพิจารณาในหมวดความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัยฉบับนี้ จะเห็นได้ว่า

หมวด ก. เรื่องความบาดเจ็บทางร่างกายจำแนกออกเป็นวงเงินต่อคนกับวงเงินต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งแสดงถึงเจตนารมณ์อย่างชัดเจนว่า ถ้ามีผู้บาดเจ็บหลายรายจะรับผิดชอบรวมกันเป็นหนึ่งเหตุการณ์

ขณะที่หมวด ข. กำหนดเพียงวงเงินต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้งเท่านั้น โดยมิได้เอ่ยถึงกรณีหากมีผู้เสียหายหลายรายดังเช่นในหมวด ก. เลย
 อีกทั้งข้อกำหนดในหมวด ข. นี้ยังเขียนไว้ว่า “บริษัทตกลงจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนสำหรับความรับผิดตามกฎหมายต่อความวินาศ หรือความเสียหายแก่ทรัพย์สินของบุคคลภายนอกอันมีสาเหตุมาจากอุบัติเหตุ” ประกอบกับข้อความที่ระบุว่า “จำนวนเงินจำกัดความรับผิดของบริษัท” ซึ่งเป็นการแสดงเจตนารมณ์อย่างชัดแจ้งของบริษัทประกันภัยที่ไม่ประสงค์จะให้ความคุ้มครองโดยไม่มีวงเงินจำกัดความรับผิด อันเป็นการมองไปที่สาเหตุ (Cause) ที่เกิดขึ้นเป็นเกณฑ์ ในที่นี้ คือ ความประมาทเลินเล่อของผู้ขับขี่นั่นเอง มากกว่าจะมองไปที่ผลลัพธ์ (Effect/Result) ของความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ผู้เสียหายแต่ละราย 

อนึ่ง เมื่อพิจารณาถึงการคำนวณอัตราเบี้ยประกันภัยที่คำนวณจากวงเงินความรับผิดที่กำหนดจำนวนเงินรวมทั้งสิ้นต่อระยะเวลาเอาประกันภัย ยิ่งแสดงอย่างชัดเจนถึงเจตนารมณ์ดังกล่าวของบริษัทประกันภัย

ฉะนั้น เพียงอาศัยข้อความดังระบุไว้ของกรมธรรม์ประกันภัยฉบับนี้ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า มีความชัดเจนดีแล้วโดยไม่จำต้องไปพิจารณาถึงแนวทางการตีความของคำพิพากษาคดีอื่นอีก จึงวินิจฉัยให้บริษัทประกันภัยรับผิดต่อฝ่ายโจทก์ทุกรายรวมกันแล้วเพียง 5,000.00 ดอลล่าร์สหรัฐต่อหนึ่งอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในครั้งนี้

(อ้างอิงและเรียบเรียงจากคดี Saint Paul-Mercury Indemnity Company v. Calvin T. Rutland, Doing Business as Rutland Contracting Company, 225 F.2d 689 (5th Cir. 1955))  

แนวทางการตีความคำว่า “อุบัติเหตุ (Accident)” ของศาลต่างประเทศส่วนใหญ่จะมองไปที่สาเหตุ (Cause) ที่เกิดขึ้นมากกว่า มีจำนวนน้อยที่จะมองไปที่ผลลัพธ์ (Effect/Result) ของความเสียหายที่เกิดขึ้น

อย่างไรก็ดี คงขึ้นอยู่กับข้อความจริงที่เกิดขึ้นในแต่ละคดีประกอบกับถ้อยคำที่เขียนไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยแต่ละฉบับ และดุลพินิจของศาลท่านอีกด้วย

เชื่อว่า อย่างน้อยคงพอเสริมสร้างมุมมองให้แก่ผู้อ่านที่สนใจได้บ้างนะครับ เพราะข้อถกเถียงคำว่า “อุบัติเหตุ (Accident)” กับ “เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น (Occurrence)” คงไม่น่าจะจบง่าย ๆ เช่นนี้

สำหรับกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจฉบับมาตรฐานของบ้านเราซึ่งได้กำหนดคำนิยามศัพท์ไว้ว่า

    “อุบัติเหตุแต่ละครั้ง” หมายถึง เหตุการณ์หนึ่ง หรือหลายเหตุการณ์สืบเนื่องกัน ซึ่งเกิดจากสาเหตุเดียวกัน
    (“Each Accident” means an incident or series of incidents arising from one event;)”

คงพอทำให้ฝ่ายบริษัทประกันภัยคลายกังวลลงไปได้ระดับหนึ่ง

อนึ่ง แนวทางการตีความตามตัวอย่างคดีศึกษาเหล่านี้มิได้จำกัดเพียงการประกันภัยความรับผิดตามกฎหมายของรถยนต์เท่านั้น สามารถใช้กับการประกันภัยความรับผิดตามกฎหมายอื่น ๆ ได้เช่นกัน ลองจินตนาการเกิดเหตุที่โรงแรม หรือห้างสรรพสินค้าก็ได้ครับ

เรื่องต่อไป: ผู้เช่าแอบลักลอบปลูกกัญชา (Marijuana/Cannabis) ภายในอาคารที่เช่า เมื่อเกิดความเสียหายจากภัยที่คุ้มครองแก่อาคารนั้น ผู้ให้เช่าอาคารนั้นสามารถเรียกร้องให้บริษัทประกันภัยที่คุ้มครองทรัพย์สินของตนรับผิดได้หรือไม่? 

บริการ
-      รับบรรยายให้ความรู้ด้านประกันวินาศภัย
-     รับแปลเอกสารกรมธรรม์ประกันภัย (อังกฤษเป็นไทย)
สนใจติดต่อ vivatchai.amornkul@gmail.com

ประกันภัยเป็นเรื่อง http://vivatchaia.blogspot.com
พบ-ป(ร)ะ-กัน(ภัย): เป็นเรื่อง เป็นราว ใน Facebook Meet Insurance ที่ https://www.facebook.com/pomamornkul/

วันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2562