เรื่องที่ 242 : ข้อกำหนดการทำให้กลับคืนสู่สภาพดังเดิม (Reinstatement Clause) ดังระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยทรัพย์สิน (Property Insurance Policy) ควรแปลความหมายให้มีขอบเขตเช่นใด?
เราอาจคุ้นเคยกับถ้อยคำว่า “การทำให้กลับคืนสู่สภาพดังเดิม (reinstatement)” หรือ “การจัดการทดแทนทรัพย์สิน หรือการจัดหาทรัพย์สินมาทดแทน (replacement)” ดังปรากฏอยู่ในกรมธรรม์ประกันภัยทรัพย์สิน ไม่ว่าจะเป็นกรมธรรม์ประกันอัคคีภัย หรือกรมธรรม์ประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน แบบสรรพภัย หรืออาจอยู่ในรูปแบบของเอกสารแนบท้ายก็มี
จริงแล้ว มีขอบเขตความหมายเช่นไรกันแน่?
พจนานุกรมศัพท์ประกันภัย พิมพ์ครั้งที่ 6 (แก้ไขเพิ่มเติม) พ.ศ. 2560 ฉบับราชบัณฑิตยสภา ให้ความหมายไว้ ดังนี้
reinstatement หมายถึง
2. การทำให้ทรัพย์สินที่เสียหายคืนสู่สภาพเดิม ในกรณีที่ทรัพย์สินที่เอาประกันภัยเกิดเสียหาย กรมธรรม์ประกันภัยอาจระบุให้ผู้รับประกันภัยมีสิทธิเลือกที่จะซ่อมแซมทรัพย์สินนั้นให้คืนสู่สภาพเดิมแทนการชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินสด
reinstatement clause ข้อกำหนดการทำให้กลับคืนสภาพเดิม หมายถึง
1. ข้อกำหนดในกรมธรรม์ประกันภัยทรัพย์สินที่กำหนดความรับผิดของผู้รับประกันภัยให้ซ่อมแซมทรัพย์สินที่เอาประกันภัยที่เกิดความเสียหาย เพื่อให้กลับคืนสภาพเดิมตามที่ผู้รับประกันภัยมีภาระผูกพันตามกฎหมาย หรือเพราะผู้รับประกันภัยเลือกทำให้กลับคืนสภาพเดิม
เสียหายที่ไม่ปรากฏมีคำนิยามของการจัดการทดแทนทรัพย์สิน หรือการจัดหาทรัพย์สินมาทดแทน (replacement)
อย่างไรก็ดี พิจารณาดูแล้ว น่าจะสามารถเข้าใจได้ ไม่ยากลำบากนัก
แต่ถ้านำไปปรับใช้กับตัวอย่างคดีศึกษาเรื่องนี้ของต่างประเทศกันล่ะ ผลลัพธ์จะออกมาตามที่เราเข้าใจกันบ้างไหมหนอ?
ผู้เอาประกันภัยซึ่งเป็นสโมสรฟุตบอลท้องถิ่นได้ทำประกันภัยคุ้มครองความเสี่ยงภัยทุกชนิด สำหรับทรัพย์สินของตนไว้กับบริษัทประกันภัยแห่งหนึ่ง โดยมีระยะเวลาประกันภัยหนึ่งปี เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคม ค.ศ. 1991
วันที่ 8 มกราคม ค.ศ. 1992 เกิดไฟไหม้ขึ้นสร้างความเสียหายให้แก่อาคารสิ่งปลูกสร้างที่เอาประกันภัยอย่างมาก
วันที่ 9 มกราคม ค.ศ. 1992 ผู้เอาประกันภัยแจ้งเหตุต่อบริษัทประกันภัยของตน เพื่อเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัยฉบับพิพาท
วันที่ 22 กรกฎาคม ค.ศ. 1992 บริษัทประกันภัยได้ตอบปฏิเสธไม่คุ้มครอง โดยอ้างว่า ไฟไหม้ครั้งนี้มีต้นเหตุมาจากการฉ้อฉลของผู้เอาประกันภัยเอง อันส่งผลทำให้กรมธรรม์ประกันภัยฉบับพิพาทสิ้นสุดความครองลงไปทันที
วันที่ 22 กรกฎาคม ค.ศ. 1992 ผู้เอาประกันภัยทำหนังสือเรียกร้องให้มีการชำระเบี้ยประกันภัยคืน แต่ยังคงยืนยันสิทธิในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัยฉบับพิพาทต่อไปเช่นเดิม
วันที่ 28 กรกฎาคม ค.ศ. 1992 บริษัทประกันภัยได้จัดทำหนังสือเป็นทางการบอกเลิก พร้อมกับออกใบสลักหลังยกเลิก และหลักฐานการชำระเบี้ยประกันภัยคืนส่งมอบให้แก่ผู้เอาประกันภัย
วันที่ 30 ตุลาคม ค.ศ. 1992 ระยะเวลาประกันภัยหนึ่งปีตามที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยฉบับพิพาทได้สิ้นสุดลง
วันที่ 3 มีนาคม ค.ศ. 1993 ได้เกิดเหตุไฟไหม้ครั้งที่สองขึ้นมาอีกซ้ำสองจนส่งผลทำให้ถึงขนาดโดยสิ้นเชิง ในระหว่างยังมีคดีข้อพิพาทค้างคากันอยู่
ก่อให้เกิดประเด็นในการพิจารณาวินิจฉัยของศาล ดังนี้
1) เหตุไฟไหม้ครั้งแรกไม่คุ้มครอง เนื่องจากการกระทำโดยทุจริตของฝ่ายผู้เอาประกันภัยดังกล่าวอ้างหรือไม่?
2) การบอกกล่าวยกเลิกความคุ้มครองกรมธรรม์ประกันภัยฉบับพิพาทกลางคันของฝ่ายบริษัทประกันภัยมีผลใช้บังคับได้หรือไม่?
3) ข้อกำหนดการทำให้กลับคืนสภาพเดิม (reinstatement clause) ดังระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยฉบับพิพาทควรแปลความหมายให้มีขอบเขตเช่นไร?
4) เหตุไฟไหม้ครั้งที่สองควรคุ้มครองหรือไม่? อย่างไร?
5) หลักเกณฑ์การชดใช้ค่าสินไหมทดแทน (basis of settlement clause) ดังระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยฉบับพิพาทควรมีผลใช้บังคับเช่นใด?
คุณมีความเห็นอย่างไรบ้างครับ?
อย่างไรก็ตาม ผลทางคดีของศาลระดับชั้นต่าง ๆ ออกมา ดังนี้ครับ
ศาลชั้นต้น
1) เหตุไฟไหม้ครั้งแรกคุ้มครอง เนื่องด้วยฝ่ายบริษัทประกันภัยไม่สามารถพิสูจน์ถึงการกระทำโดยทุจริตของฝ่ายผู้เอาประกันภัยดังที่กล่าวอ้างได้
2) การบอกกล่าวยกเลิกความคุ้มครองกรมธรรม์ประกันภัยฉบับพิพาทกลางคันของฝ่ายบริษัทประกันภัยไม่มีผลใช้บังคับได้ เนื่องด้วยเหตุผลข้างต้น
3) ข้อกำหนดการทำให้กลับคืนสภาพเดิม (reinstatement clause) ดังระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยฉบับพิพาทควรแปลความหมายให้มีขอบเขตเช่นไร?
ข้อกำหนดการทำให้กลับคืนสภาพเดิมนั้นมีวัตถุประสงค์ เพื่อชดใช้ให้ฝ่ายผู้เอาประกันภัยได้กลับคืนสู่สภาพดังเดิม เสมือนหนึ่งมิได้เกิดเหตุการณ์เช่นว่านั้นขึ้นมาเลย ฝ่ายบริษัทประกันภัยจึงมีหน้าที่ในการทำให้ทรัพย์สินที่เอาประกันภัยซึ่งได้รับความเสียหายจากภัยที่คุ้มครองนั้นกลับคืนสู่สภาพดังเดิมดังกล่าว โดยอาศัยกรรมวิธีการสร้างขึ้นมาใหม่ หรือการเปลี่ยนทดแทน หรือการซ่อมแซมก็ได้ แล้วแต่กรณี
4) เหตุไฟไหม้ครั้งที่สองควรคุ้มครองหรือไม่? อย่างไร?
หากกรณีไฟไหม้ครั้งที่สอง หรือครั้งอื่นใดก็ตามจัดเป็นอุบัติภัยที่คุ้มครอง และเป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องติดตามมาโดยไม่ขาดตอนแยกจากกันแล้ว ฝ่ายบริษัทประกันภัยก็มีหน้าที่จำต้องชดใช้เพื่อทำให้ฝ่ายผู้เอาประกันภัยได้กลับคืนสู่สภาพดังเดิมตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว ถึงแม้จะส่งผลให้ความรับผิดโดยรวมของฝ่ายบริษัทประกันภัยเพิ่มสูงขึ้น หรืออุบัติภัยที่คุ้มครองครั้งอื่นที่ติดตามนั้นจะพ้นระยะเวลาประกันภัยไปแล้วก็ตาม
5) หลักเกณฑ์การชดใช้ค่าสินไหมทดแทน (basis of settlement clause) ดังระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยฉบับพิพาทควรมีผลใช้บังคับเช่นใด?
หลักเกณฑ์การชดใช้ค่าสินไหมทดแทน (basis of settlement clause) นั้นได้กำหนดให้ฝ่ายบริษัทประกันภัยชดใช้ค่าใช้จ่ายในการทำให้กลับคืนสภาพเดิม การเปลี่ยนทดแทน หรือการซ่อมแซมตามที่ประเมินขึ้นมาได้ ณ เวลาดำเนินการเช่นว่านั้นเอง ทั้งนี้ โดยที่จะต้องจัดเริ่มต้นดำเนินการเช่นว่านั้นให้แล้วเสร็จภายในเวลาอันสมควร (reasonable dispatch) มิฉะนั้นแล้ว ความรับผิดของฝ่ายบริษัทประกันภัยจะไม่เกินกว่ามูลค่าที่แท้จริงของความเสียหายที่มีต่อทรัพย์สินที่เอาประกันภัยดังกล่าว ณ เวลาเมื่อเกิดความเสียหายนั้นเอง
ศาลชั้นต้นให้พิจารณาชดใช้ตามวัตถุประสงค์ที่แท้จริงมากกว่าตามถ้อยคำลายลักษณ์อักษร เนื่องจากในความเป็นจริง ขณะเกิดไฟไหม้ครั้งที่สอง ฝ่ายผู้เอาประกันภัยขาดเงินทุนในการซ่อมแซมความเสียหายจากเหตุไฟไหม้ครั้งแรก ซึ่งอยู่ในระหว่างการรอผลการตัดสินของศาล จึงยังไม่ได้ดำเนินการใด จวบจนกระทั่งมาเกิดเหตุไฟไหม้ครั้งที่สองขึ้นมาก่อนถึงขนาดทำให้เสียหายโดยสิ้นเชิงในท้ายที่สุด
ศาลอุทธรณ์
พิพากษายืนตาม
ศาลฎีกา
พิพากษาแย้งเพียงในประเด็นสุดท้ายว่า ด้วยเหตุที่ฝ่ายผู้เอาประกันภัยมิได้เร่งดำเนินการจัดการความเสียหายที่เกิดจากเหตุไฟไหม้ครั้งแรกภายในอันสมควรดังที่ได้ตกลงกันไว้ในหลักเกณฑ์การชดใช้ค่าสินไหมทดแทน (basis of settlement clause) ของกรมธรรม์ประกันภัยฉบับพิพาท
ฉะนั้น ความรับผิดของฝ่ายบริษัทประกันภัยจึงจำกัดอยู่เพียงไม่เกินกว่ามูลค่าที่แท้จริงของความเสียหายที่มีต่อทรัพย์สินที่เอาประกันภัยดังกล่าว ณ เวลาเมื่อเกิดความเสียหายจากเหตุไฟไหม้ครั้งแรกนั้นเอง
สรุป ศาลฎีกาให้ยึดถือตามข้อตกลงกันไว้เป็นสำคัญด้วยนั่นเอง
(อ้างอิง และเรียบเรียงมาจากคดี CIC Insurance Ltd v Bankstown Football Club Ltd (1997) 187 CLR 384)
บริการ
- รับบรรยายให้ความรู้ด้านประกันวินาศภัย
- รับแปลเอกสารกรมธรรม์ประกันภัย (อังกฤษเป็นไทย)
สนใจติดต่อ vivatchai.amornkul@gmail.com
อ่านบทความอีกชุดที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ใน พบ-ป(ร)ะ -กัน(ภัย): เป็นเรื่อง เป็นราว ใน Facebook Meet Insurance ที่ https://www.facebook.com/pomamornkul/
เรื่องที่ 162 : คดีศึกษานี้พนักงานสินไหมรถยนต์ควรต้องอ่านศึกษา และทำความเข้าใจอย่างยิ่ง