วันพุธที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569

เรื่องที่ 250 : เมื่อน้ำท่วม ไม่ใช่น้ำท่วม (When Flood Is Not Flood)? งั้นจะให้เรียกว่า อะไร (So What Is It)?

 

เมื่อเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมขึ้นมา

 

แล้วมีบางคนเอ่ยว่า นี่ไม่ใช่น้ำท่วม?

 

อาจมีคำถามต่อทันควัน ใครพูด?

 

ผู้เอาประกันภัยหรือเปล่า?

 

ถ้าเขาอยู่ในสถานะเป็นผู้ประสบภัย เขาจะพูดเช่นนั้นไหม?

 

งั้นก็เป็นบริษัทประกันภัยใช่หรือไม่?

 

โชคดีที่บ้านเรา ยังไม่ได้ยินใครพูดทำนองนั้น

 

โชคร้ายแจ็กพอตไปตกที่ต่างประเทศครับ

 

คุณลองหยิบกรมธรรม์ประกันภัยทรัพย์สินซึ่งคุ้มครองภัยน้ำท่วม (Flood) ที่มีอยู่มาลองอ่านดูซิครับ เขาเขียนคำจำกัดความของภัยน้ำท่วมไว้เช่นไร?

 

กรมธรรม์ประกันอัคคีภัย สำหรับที่อยู่อาศัย ฉบับรวมภัยธรรมชาติจะเขียนไว้อย่างชัดเจน ภายใต้ข้อ 2. ความคุ้มครอง ดังนี้

 

“2.8 ภัยน้ำท่วม คำว่า “น้ำท่วม” ในกรมธรรม์ประกันภัยฉบับนี้ หมายถึง น้ำซึ่งไหลล้น หรือไหลออกจากทางน้ำปกติซึ่งจะเป็นทางน้ำธรรมชาติ หรือจะเป็นทางน้ำที่สร้างขึ้นก็ดี (ไม่รวมถึงรางน้ำบนหลังคา) หรือเกิดจากท่อน้ำสาธารณะแตก ทำให้เกิดการท่วมของน้ำจากภายนอกของอาคารที่เอาประกันภัยไว้ หรืออาคารที่เก็บทรัพย์สินที่เอาประกันภัยตามกรมธรรม์ประกันภัยฉบับนี้ รวมถึงน้ำท่วมอันเกิดจากลมพายุ น้ำป่า และโคลนถล่ม”

 

The word “Flood” under this endorsement means water that overflows or flows from the normal way of natural or artificial water courses (but excluding water from the gutter of the roof) or from the broken public water pipeline causing the flood from the outside of the insured premises or premises containing the insured property under this policy which including flood caused by windstorm, forest flood and mudslide.”

 

เช่นเดียวกันกับกรมธรรม์ประกันอัคคีภัยทั่วไป และกรมธรรม์ประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน แม้จะไม่ปรากฏอยู่ในหัวข้อคำจำกัดความโดยตรง แต่ก็จะไปอยู่ที่เอกสารแนบท้ายว่าด้วยภัยเพิ่มเติม ตรงแบบ อค. 1.40 เอกสารแนบท้ายคุ้มครองความเสียหายอันเกิดจากภัยน้ำท่วม และแบบ ทส. 1.09 เอกสารแนบท้ายว่าด้วยการจำกัดจำนวนเงินความรับผิด สำหรับภัยจากน้ำท่วมตามลำดับ ด้วยถ้อยคำทำนองเดียวกัน

 

เท่าที่รับทราบถ้อยคำข้างต้นได้ถูกนำมาจากต้นแบบต่างประเทศ

 

คุณเห็นว่า เหตุการณ์ฝนตกกระหน่ำอย่างรุนแรง (Rain Events) จนระบายน้ำไม่ทัน ซึ่งเกิดแก่บ้านเราปีที่แล้ว และต่อเนื่องมาในปีนี้ จะเข้าข่ายคำจำกัดความภัยน้ำท่วมของกรมธรรม์ประกันภัยฉบับข้างต้นไหมครับ?

 

ตัวอย่างคดีศึกษาจากต่างประเทศ ฝ่ายบริษัทประกันภัยได้ปฏิเสธความรับผิด โดยอ้างว่า เหตุการณ์ฝนตกหนักในลักษณะฝนระเบิด (Rain Bomb) หรือฝนแช่ (Stationary Heavy Rain) ที่ตกกระหน่ำลงมาอย่างรุนแรงในเวลาสองวันต่อเนื่องกันนั้นจนสร้างความเสียหายให้แก่สต็อกกองถ่านหินเอาประกันภัยที่อยู่กลางแจ้ง ไม่จัดเป็นภัยน้ำท่วมตามคำจำกัดความที่บริษัทประกันภัยประสงค์จะให้ความคุ้มครอง

 

เนื่องจากภายใต้กรมธรรม์ประกันอัคคีภัยฉบับพิพาทระบุความคุ้มครองถึงภัยน้ำท่วม และน้ำเจิ่งนอง (Flood and Inundation) การจะได้รับความคุ้มครองได้จะต้องเป็นลักษณะน้ำฝนที่ตกลงมาเติมร่องน้ำ หรือทางน้ำตามธรรมชาติ หรือที่มนุษย์ได้สร้างขึ้นจนเกิดภาวะเอ่อล้นพ้นตลิ่งขึ้นมาเท่านั้น และทำให้เกิดภาวะน้ำเจิ่งนองไหลบ่าแพร่กระจายออกไปอย่างต่อเนื่องในวงกว้างของน้ำบนพิ้นผิวดิน (surface water) ที่ถูกสะสมท่วมท้นจนระบายไปไม่ทันดังกล่าว ซึ่งลักษณะอย่างหลังจะเข้าข่ายของคำว่า “น้ำท่วมท้น หรือไหลบ่า หรือน้ำเจิ่งนอง (Inundation)”

 

ขณะที่ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติซึ่งเกิดขึ้นแก่ผู้เอาประกันภัยนั้น เป็นเพียงกรณีของฝนตกหนักอย่างรุนแรง และฉับพลันที่ผิดปกติ (Heavy Torrential Rain Events) อันเป็นต้นเหตุของการสะสมเจิ่งนองของน้ำ อีกทั้งสถานที่ตั้งที่เอาประกันภัยก็ไม่ได้อยู่ใกล้เคียงกับทางน้ำ หรือแหล่งน้ำจนก่อให้เกิดการเอ่อล้นไหลบ่าออกมาแต่ประการใด

 

เมื่อผู้เอาประกันภัยได้เป็นโจทก์นำคดีขึ้นสู่ศาลด้วยประเด็นข้อพิพาทประการเดียวเท่านั้น คือ ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินที่เอาประกันภัยนั้น จัดอยู่ในความหมายของภัยน้ำท่วม และน้ำเจิ่งนอง (Flood and Inundation) อันควรจะได้รับความคุ้มครองหรือไม่?

 

ทั้งศาลชั้นต้นกับศาลชั้นอุทธรณ์มีความเห็นพ้องกันว่า

 

การแปลความหมายของภัยที่คุ้มครองดังกล่าวของฝ่ายบริษัทประกันภัยจำเลยค่อนข้างแคบ และจำกัดมากเกินไป ทั้งไม่มีความชัดเจนเพียงพอว่า การเอ่อล้นของทางน้ำ หรือการเจิ่งนองของน้ำนั้นจะเกิดขึ้นได้อย่างไรบ้าง?

 

ตามพจนานุกรม

 

น้ำท่วม (Flood) หมายถึง ปรากฏการณ์ของการมีน้ำปกคลุมเหนือพื้นดินที่ปกติเคยอยู่ในสภาพแห้งนั้น ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากฝนตกหนัก การเอ่อล้นของแม่น้ำ หรือจากปัจจัยอื่น ๆ โดยภาวะน้ำท่วมสามารถจำแนกออกได้ ดังนี้

 

1) ภาวะน้ำท่วมชายฝั่ง หรือฝนที่ตกชายฝั่งทะเล (Coastal Floods) อาจเกิดมาจากภาวะน้ำขึ้น หรือคลื่นพายุซัดฝั่ง

 

2) ภาวะน้ำท่วมจากแม่น้ำ/น้ำล้นตลิ่ง (Fluvial (River) Floods) อาจเกิดมาจากภาวะแม่น้ำ/ทางน้ำล้นตลิ่ง อันเนื่องมาจากฝนตกหนัก หรือหิมะละลาย

 

3) ภาวะน้ำท่วมจากฝนตกหนัก/น้ำท่วมขัง (Pluvial (Surface) Floods) อาจเป็นผลสืบเนื่องมาจากฝนตกหนักทำให้เกิดการเอ่อล้นของระบบระบายน้ำ น้ำที่สะสมนั้นได้ไหลแพร่กระจายออกไปในวงกว้างไปตามพื้นผิวดิน

 

ส่วนน้ำเจิ่งนอง (Inundation) นั้น คือ สภาวะน้ำที่ปกคลุมอยู่เหนือพื้นดินสะสมกันจนเกิดการท่วมท้น อันแสดงถึงกระบวนการเอ่อล้น และสภาวะที่ติดตามนั้นเอง

 

ฉะนั้น ปรากฏการณ์ฝนตกหนักอย่างรุนแรง และฉับพลันที่เป็นต้นเหตุทำให้เกิดน้ำท่วม และน้ำเจิ่งนองนั้นได้รับความคุ้มครองอยู่ภายใต้ภัยที่คุ้มครองดังกล่าวด้วย

 

ทั้งสองศาลจึงพิพากษาให้ฝ่ายบริษัทประกันภัยจำเลยรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัยฉบับพิพาท

 

ตัวอย่างอีกคดีศึกษาจากต่างประเทศเมื่อเดือนที่ผ่านมานี้เอง มีกลุ่มบริษัทประกันภัยร่วมห้าบริษัทได้ปฏิเสธความรับผิดทำนองเดียวกัน โดยอ้างว่า กรณีฝนตกหนักกระหน่ำอย่างรุนแรงจนทำให้เกิดน้ำท่วมนั้น ไม่ได้รับความคุ้มครอง เพราะมีสาเหตุมาจากสภาวะอากาศที่รุนแรงสุดขั้ว (Extreme Weather Condition) ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้เอาประกันภัยสามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้าอยู่แล้ว อันไม่ใช่อุบัติเหตุที่กรมธรรม์ประกันภัยฉบับพิพาทนั้นจะให้ความคุ้มครองได้

 

ยกแรกชั้นศาลชั้นต้น ฝ่ายผู้เอาประกันภัยชนะคดี เพราะศาลท่านเห็นว่า ข้อกล่าวอ้างของฝ่ายบริษัทประกันภัยนั้นเลื่อนลอย ทั้งไม่ปรากฏมีเขียนยกเว้นไว้อยู่ในกรมธรรม์ประกันภัยฉบับพิพาทด้วย แต่คดียังไม่ถึงที่สุดนะครับ

 

(อ้างอิง และเรียบเรียงมาจากคดี Oriental Insurance Company Limited v. J.K. Cement Works (2020 INSC 96) และคดี Intents Festival v. Insurers)    

 

หมายเหตุ

 

อันที่จริง แรกทีผมเคยตั้งประเด็นในใจ เหตุการณ์ฝนตกหนักที่ผ่านมานั้นไม่น่าจะตรงตามคำจำกัดความของกรมธรรม์ประกันภัยดังอ้างอิง (รวมถึงเงื่อนไขการขยายความคุ้มครองภัยน้ำท่วมของกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ด้วย) เพราะที่ผ่านมา ผมเห็นว่า คำจำกัดความนั้นมีความกำกวม ไม่ใคร่ชัดเจน

 

ทางน้ำ น่าจะหมายถึง ทางผ่านของน้ำที่ไหลประจำ และแอ่งน้ำ หรือบ่อน้ำก็ไม่มีลักษณะเป็นทางผ่านเช่นว่านั้นด้วย ฉะนั้น ถ้าพื้นดินตรงนั้นเป็นที่ลุ่มต่ำ เป็นแอ่ง หรือเป็นแอ่งน้ำ หรือบ่อน้ำ แล้วเกิดมีฝนตกลงมาจนทำให้เกิดการเอ่อล้นขึ้นมา เราจะจัดเข้าคำจำกัดความเช่นว่านั้นได้อยู่หรือเปล่า? กอปรกับบางประเทศได้มีการปรับคำจำกัดความใหม่ น่าจะเข้าใจได้อย่างชัดเจนง่าย ๆ ว่า น้ำท่วม หมายความถึง น้ำท่วมพื้นที่แห้งเป็นการชั่วคราว เจตนารมณ์เพื่อให้เกิดความชัดเจนเท่านั้น

 

ส่วนในอนาคตจะมีการปรับแก้ไขคำจำกัดความใหม่หรือไม่นั้น? และจะมีโชคดีเช่นนี้ตลอดไปอีกหรือเปล่า? ไม่ทราบจริง ๆ ครับ

 

บริการ

 

-     รับบรรยายให้ความรู้ด้านประกันวินาศภัย

-     รับแปลเอกสารกรมธรรม์ประกันภัย (อังกฤษเป็นไทย)

สนใจติดต่อ vivatchai.amornkul@gmail.com

 

อ่านบทความอีกชุดที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ใน พบ-ป(ร)ะ -กัน(ภัย): เป็นเรื่อง เป็นราว ใน Facebook Meet Insurance ที่ https://www.facebook.com/pomamornkul/

เรื่องที่ 171 : เมื่อเงื่อนไขการเรียกร้องค่าเสียหายส่วนแรกคืนจากผู้เอาประกันภัย ภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์อาจก่อปัญหาย้อนกลับมาให้บริษัทประกันภัยปวดหัวได้