เรื่องที่ 244 : เมื่อความเสียหายส่วนแรกเป็นเรื่องให้ต้องถกเถียง และตีความหมาย (Deductibles Can Be Confusing And Ambiguous)
(ตอนที่หนึ่ง)
คุณคิดว่า คุณรู้จักความเสียหายส่วนแรก (deductible) ที่เขียนในกรมธรรม์ประกันภัยประเภทต่าง ๆ ดีแค่ไหนครับ?
ถ้ามั่นใจแล้ว หรือ
ยังไม่ใคร่มั่นใจนัก?
ลองมาอ่านพิจารณาตัวอย่างคดีศึกษาต่างประเทศจากประเทศสหรัฐอเมริกาเรื่องนี้ดูครับ
ปี ค.ศ. 2014 เจ้าของโรงแรมเก่าแห่งหนึ่งได้ว่าจ้างผู้รับเหมาหลักรายหนึ่งให้ทำการปรับปรุงตกแต่งโรงแรมดังกล่าวของตนซึ่งสูง 17 ชั้น และมีขนาดพื้นที่รวมกันทั้งหมด 550,000 ตารางฟุต
ผู้รับเหมาหลักรายนี้ได้จัดทำกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองการปฏิบัติงานตามสัญญาว่าจ้าง หรือในที่นี้เรียกว่า “กรมธรรม์ประกันภัยความเสี่ยงภัยของผู้รับเหมาก่อสร้าง (Builder’s Risk Insurance Policy)” โดยระบุทั้งเจ้าของโครงการผู้ว่าจ้างกับผู้รับเหมาช่วงเป็นผู้เอาประกันภัยร่วมกับตนด้วย มีระยะเวลาประกันภัยรวมสองปี ระหว่างวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2015 ถึงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2017 ด้วยมูลค่างานที่เอาประกันภัยทั้งโครงการรวม (total insured value) เริ่มแรกอยู่ที่ 76,086,833 ดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณ 2,502,495,937.37 บาท) และมีใบสลักหลังเพิ่มมูลค่าดังกล่าวเรื่อยมาจนได้มูลค่างานที่เอาประกันภัยรวมทั้งสิ้น 86,086,833 ดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณ 2,831,395,937.37 บาท) พร้อมได้ขยายระยะเวลาประกันภัยออกมาจนถึงวันที่ 22 สิงหาคม ค.ศ. 2017
มีบริษัทประกันภัยสองแห่งเข้าร่วมกันรับประกันภัยโครงการนี้ รายละครึ่ง โดยมีข้อกำหนดเงื่อนไขที่สำคัญ และเป็นประเด็นพิพาท ดังนี้
ก) วงเงินความคุ้มครองย่อย (sublimit) สำหรับภัยน้ำท่วมสูงสุดอยู่ที่ 10,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณ 328,900,000 บาท)
ข) ความเสียหายส่วนแรก สำหรับภัยน้ำท่วม กำหนดไว้ที่
5% ของมูลค่าเสี่ยงภัยที่ได้เอาประกันภัยไว้รวมทั้งสิ้น (total insured values at risk) ณ เวลากับสถานที่เกิดความเสียหาย หรือขั้นต่ำอยู่ที่ 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณ 16,445,000 บาท)
ช่วงท้ายโครงการในปี ค.ศ. 2017 ขณะดำเนินงานแล้วเสร็จไปแล้วประมาณ 80% ได้เกิดฝนตกหนักเป็นระยะก่อให้เกิดความเสียหายที่ได้รับความคุ้มครองภายใต้ภัยน้ำท่วมรวมทั้งหมด 6 เหตุการณ์ด้วยกัน ระหว่างเดือนมีนาคมจนถึงสิงหาคม คิดเป็นค่าเสียหายรวมกันทั้งสิ้น 3,226,164 ดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณ 106,108,533.96 บาท)
ผู้เอาประกันภัย
ได้ยื่นเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนกับบริษัทประกันภัยทั้งสองแห่งของตน โดยใช้สูตรการคำนวณดังนี้
ค่าเสียหายรวมกันทั้งสิ้น 3,226,164 ดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณ 106,108,533.96 บาท)
หักด้วย
ความเสียหายส่วนแรก 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณ 16,445,000 บาท) ที่ผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบเอง ซึ่งคำนวณมาจาก 5% ของวงเงินความคุ้มครองย่อย (sublimit) สำหรับภัยน้ำท่วมสูงสุดอยู่ที่ 10,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณ 328,900,000 บาท)
เท่ากับค่าสินไหมทดแทนที่ควรจะได้รับการชดใช้รวม 2,726,164 ดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณ 89,663,533.96 บาท)
บริษัทประกันภัยทั้งสองแห่ง
ตอบปฏิเสธแจ้งว่า ผู้เอาประกันภัยคำนวณตัวเลขผิด ควรคำนวณดังนี้ถึงจะถูกต้อง
ปีที่เกิดเหตุ ตัวงานได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วประมาณ 80% ของมูลค่างานที่เอาประกันภัยรวมทั้งสิ้น 86,086,833 ดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณ 2,831,395,937.37 บาท) หรือคิดเป็นเงินเทียบเท่ามูลค่าเสี่ยงภัยที่ได้เอาประกันภัยไว้รวมทั้งสิ้น (total insured values at risk) ณ เวลากับสถานที่เกิดความเสียหายนั้นเอง 68,869,466.40 ดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณ 2,265,116,749.90 บาท)
หักด้วย
ความเสียหายส่วนแรกสูงสุด 5% ของมูลค่าเสี่ยงภัยที่ได้เอาประกันภัยไว้รวมทั้งสิ้น (total insured values at risk) ณ เวลากับสถานที่เกิดความเสียหายนั้นเอง 68,869,466.40 ดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณ 2,265,116,749.90 บาท) หรือคิดเป็นเงินค่าเสียหายส่วนแรกเทียบเท่า 3,443,473.32 ดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณ 113,255,837.49 บาท)
เนื่องด้วยค่าเสียหายส่วนแรกดังกล่าวมีจำนวนเงินสูงกว่าค่าสินไหมทดแทนที่เรียกร้องมา บริษัทประกันภัยทั้งสองแห่งจึงไม่จำต้องรับผิดชดใช้ให้แต่ประการใด
คุณมีความคิดเห็นเช่นไรครับ?
การคำนวณของฝ่ายใดถูกต้องที่สุดกันแน่?
ฝ่ายผู้เอาประกันภัย หรือ
ฝ่ายบริษัทประกันภัย
ตอนหน้ามาลุ้นกันครับ
บริการ
- รับบรรยายให้ความรู้ด้านประกันวินาศภัย
- รับแปลเอกสารกรมธรรม์ประกันภัย (อังกฤษเป็นไทย)
สนใจติดต่อ vivatchai.amornkul@gmail.com
อ่านบทความอีกชุดที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ใน พบ-ป(ร)ะ -กัน(ภัย): เป็นเรื่อง เป็นราว ใน Facebook Meet Insurance ที่ https://www.facebook.com/pomamornkul/
เรื่องที่ 164 : โรงแรมจะพ้นผิดไหม? หากแขกผู้มาพักอาศัยไม่ได้ล็อคกลอนประตูห้อง และไม่ได้ใส่โซ่คล้องประตูห้องพักของตน จนส่งผลทำให้มีของหาย รถหาย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น