วันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

เรื่องที่ 26 : เมื่อมีสาเหตุโดยตรง ก็ต้องมีสาเหตุโดยอ้อม (Indirectly Caused) แล้วมันหมายถึงอะไรกันอีกล่ะนี่?



(ตอนที่สอง)



อันที่จริงในคดี Coxe v. Employers Liability Assurance Corp., 1916, 2 K.B. 629 ศาลยังอธิบายเพิ่มเติมถึงเจตนารมณ์ของผู้ร่างกรมธรรม์ประกันภัย ซึ่งเขียนข้อยกเว้นเรื่องภัยสงครามให้ครอบคลุมถึงสาเหตุโดยตรง หรือโดยอ้อม โดยเฉพาะคำว่า “สาเหตุโดยอ้อม” นั้น คงเจตนาที่จะให้มีการวางกรอบของสถานการณ์ที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ณ ที่ใดที่หนึ่ง มิใช่เพื่อให้ปราศจากขอบเขตใด ๆ เลย ดังเช่นในคดีนี้ หากผู้เอาประกันภัยถูกฟ้าผ่าตายภายในกองทหาร คงพูดไม่ได้ว่า การเสียชีวิตของผู้เอาประกันภัยนั้นมีสาเหตุโดยอ้อมมาจากภัยสงคราม อันทำให้ตกอยู่ในข้อยกเว้นดังกล่าว แต่ขอบเขตของสถานการณ์จะอยู่ขนาดไหนนั้น จำต้องอาศัยการพินิจพิเคราะห์ด้วยเหตุและผลประกอบเป็นสำคัญ ไม่สามารถกำหนดช่วงเวลา หรือระยะทางที่เกี่ยวข้องได้อย่างชัดเจนตายตัวลงไปได้ ฉะนั้น คำว่า “สาเหตุที่ห่างไกล (Remote Cause)” อาจไม่ได้สื่อความหมายเช่นนั้นจริง ความยากลำบากในการตีความน่าจะอยู่ตรงจุดนี้ล่ะครับ มิฉะนั้นแล้ว ก็จะกลายเป็นคนละเรื่อง คนละเหตุการณ์ไป



คดีเก่าอีกคดีหนึ่ง ซึ่งศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยพร้อมให้เหตุผลน่ารับฟังอย่างยิ่งในประเด็นนี้ คือ คดี Pacific Club v. Commercial etc. Co., 12 Cal. App. 503 (Cal. Ct. App. 1910) เป็นเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ณ กรุงซานฟรานซิสโก เมื่อวันที่ 18 เมษายน ค.ศ. 1906 แล้วส่งผลทำให้ทรัพย์สินที่เอาประกันภัยของผู้เอาประกันภัยได้รับความเสียหายจากไฟไหม้ที่ลุกลามต่อเนื่องมาจากจุดอื่นในวันถัดมา



เนื่องจากกรมธรรม์ประกันอัคคีภัยของผู้เอาประกันภัย แม้ระบุคุ้มครอง “ความสูญเสีย หรือความเสียหายโดยตรงจากไฟไหม้ เว้นแต่จะได้มีการกำหนดข้อยกเว้นไว้เป็นอย่างอื่นในที่นี้” แต่มีข้อยกเว้นข้อหนึ่งได้ระบุว่า “บริษัทจะไม่จำต้องรับผิดสำหรับความเสียหาย อันมีสาเหตุโดยตรง หรือโดยอ้อมมาจาก .... แผ่นดินไหว ....”



ถ้อยคำที่เขียนข้างต้นนั้น มีความหมายอย่างไร? มันจะสื่อถึง บริษัทประกันภัยไม่จำต้องรับผิดต่อความสูญเสีย หรือความเสียหายใด ๆ จากไฟไหม้ หากแผ่นดินไหวทำให้ท่อน้ำประปาใหญ่แตก จนไม่มีน้ำให้พนักงานดับเพลิง หรือคนอื่นใดไปทำการดับไฟอย่างที่ถูกกล่าวอ้างในคดีนี้ด้วยหรือไม่? หรือกระทั่งหมายความถึงแผ่นดินไหวทำให้อุปกรณ์ดับเพลิง เสียหายใช้การไม่ได้ หรือพนักงานดับเพลิงต้องเสียชีวิตลง หรือถนนหนทางเสียหายจนไม่สามารถเข้าไปดับเพลิงได้กระนั้นหรือ? ผลสืบเนื่องเหล่านี้ค่อนข้างถือเป็นสาเหตุที่ห่างไกล (too remote) จนเกินไป ศาลจึงไม่อาจพิจารณาได้ว่า แผ่นดินไหวเป็นสาเหตุโดยอ้อมจากความเสียหายของไฟไหม้ได้



บริษัทประกันภัยพูดถูก ตรงที่ว่า “สาเหตุโดยตรง หรือโดยอ้อม (direct or indirect cause)” นั้น หมายความถึง “สาเหตุใกล้ชิด หรือสาเหตุที่ห่างไกล (proximate or remote cause)” ฉะนั้น จึงไม่ต้องรับผิดในความเสียหาย ซึ่งมีแผ่นดินไหวเป็นสาเหตุที่ห่างไกลดังกล่าว คู่ความทั้งสองฝ่ายล้วนยกเหตุผลของตนขึ้นมาสนับสนุนคำกล่าวอ้างของตนเอง ศาลไม่เห็นประโยชน์ที่จะต้องมาค้นหาความหมายที่แท้จริงเพียงแค่สิ่งใดถือเป็น “สาเหตุโดยตรง” อันหมายถึง “สาเหตุใกล้ชิด” หรือ “สาเหตุโดยอ้อม” หมายความถึง “สาเหตุที่ห่างไกล” เท่านั้น ศาลเห็นว่า ข้อยกเว้นเรื่องแผ่นดินไหวนั้น ถูกกำหนดขึ้นเพื่อให้เกิดผลโดยทางตรง หรือโดยทางอ้อมในการทำให้เกิดไฟไหม้ขึ้นมาเท่านั้น และไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปพิจารณากันอีกว่า ความเสียหายนั้นมีสาเหตุมาจากแผ่นดินไหวหรือไม่ เพราะมันมิได้เป็นสาเหตุโดยตรงในเหตุข้อพิพาทกันนี้เลย ทั้งศาลก็ไม่เชื่อว่า มีคู่ความฝ่ายใดจะคาดคิดได้ว่า แผ่นดินไหวจะรุนแรงถึงขนาดทำให้ปราศจากน้ำไปดับไฟ



จริงอยู่ ในหลายคดีจากเหตุการณ์นี้ บริษัทประกันภัยหลายแห่งชนะคดี เพราะสามารถชี้ชัดได้ว่า แผ่นดินไหวเป็นสาเหตุโดยตรงทำให้เกิดไฟไหม้ (แผ่นดินไหวทำให้เตาที่มีไฟล้มลงมา เป็นต้น) แต่หลายคดีก็ทำไม่สำเร็จดังในคดีนี้ ซึ่งกล่าวอ้างเพียงแผ่นดินไหว เป็นสาเหตุโดยอ้อมในการทำให้เกิดไฟไหม้ทรัพย์สินที่เอาประกันภัยนี้ เนื่องจากทำให้ท่อน้ำใหญ่แตกเสียก่อน จนไม่มีน้ำไปดับไฟที่กำลังลุกลามไปถึงสถานที่ของผู้เอาประกันภัย



เรื่องต่อไป เราจะมาคุยกันถึงความหมายของคำว่า “ความสูญเสีย หรือความเสียหายโดยตรง (Direct Loss or Damage)” กันแล้วครับ

วันจันทร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

เรื่องที่ 26 : เมื่อมีสาเหตุโดยตรง ก็ต้องมีสาเหตุโดยอ้อม (Indirectly Caused) แล้วมันหมายถึงอะไรกันอีกล่ะนี่?



(ตอนที่หนึ่ง)

เรารับทราบกันแล้ว สาเหตุโดยตรงนั้น หมายความถึง เป็นเหตุ (ภัย) เดียว หรือหลายเหตุ (ภัย) ซึ่งเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยไม่ขาดตอนเป็นลำดับ หรือเป็นชุดเดียวกัน ในการก่อให้เกิดความเสียหายโดยตรง ถ้านึกถึงเส้นตรง หรือโดมิโนหลายตัววางเรียงต่อกัน จะเป็นลักษณะเช่นนั้นล่ะครับ

ส่วนสาเหตุโดยอ้อม (Indirectly Caused) คำว่า “โดยอ้อม” ความหมายของพจนานุกรม Merriam-Webster คือ “deviating from a direct line or course หรือ not going straight to the point” ถอดความได้เป็นการเบี่ยงเบนจากเส้นตรง หรือมิได้เป็นเส้นตรง พูดง่าย ๆ เปรียบกับการเดินทางที่มิได้ไปตรง ๆ แต่อ้อมไปนั่นเอง ฉะนั้น เส้นทางที่อ้อมไปนี้ มักจะยาวกว่า ทำให้บางครั้ง เราจะเรียกสาเหตุโดยอ้อม (Indirectly Caused) ในอีกชื่อหนึ่งว่า “สาเหตุที่ห่างไกล (Remote Cause)”

ทั้งนี้ สาเหตุโดยอ้อม (Indirectly Caused) มีลักษณะเป็นอีกเหตุการณ์ที่แยกต่างหากออกจากสาเหตุโดยตรง อาจดูเสมือนหนึ่งจะเชื่อมต่อกับสาเหตุโดยตรงก็ได้

ยกตัวอย่างคดี Lawrence v Accidental Insurance Co, (1881) 7 QBD 216  
ผู้เอาประกันภัยเกิดอาการชัก และตกลงลงไปในรางรถไฟใต้ดินจนถูกรถไฟแล่นทับตาย ศาลตัดสินว่า อาการชักของผู้เอาประกันภัยนั้นเป็นสาเหตุที่ห่างไกล (Remote Cause) ส่วนการถูกรถไฟแล่นชนนั้นเป็นสาเหตุใกล้ชิด (Proximate Cause) ซึ่งส่งผลทำให้ผู้เอาประกันภัยต้องเสียชีวิตลงไป

อีกตัวอย่างหนึ่งในคดี ROGERS V. WHITTAKER [1917] 1 KB 942
โกดังของผู้เอาประกันภัยภายใต้กรมธรรม์ประกันอัคคีภัย ซึ่งมีข้อยกเว้นเรื่องภัยสงคราม ได้ถูกฝูงบินของกองกำลังศัตรูต่างชาติทิ้งระเบิดลงมาจนทำให้เกิดไฟไหม้ได้รับความเสียหายโดยสิ้นเชิง ศาลวินิจฉัยว่า แม้โกดังนั้นเสียหายจากไฟไหม้ อันเป็นภัยที่คุ้มครองก็ตาม แต่ภัยสงคราม ซึ่งอยู่ในข้อยกเว้นถือเป็นสาเหตุโดยตรงต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น ขณะที่ภัยไฟไหม้นั้นถือเป็นสาเหตุที่ห่างไกล (Remote Cause)

แม้ทั้งสองคดีตัวอย่างเก่านานมากแล้ว ก็เชื่อว่า น่าจะพอให้เห็นภาพได้บ้าง

บางครั้งอาจมีลักษณะเป็นอีกเหตุการณ์แยกออกไป แต่ยังมีความเชื่อมโยงกันได้อยู่ ถ้าเราย้อนกลับไปนึกถึงคดี Tappoo Holdings Ltd and Another v Stuchbery [2006] 4 LRC 191 ในบทความเรื่องที่ 25 ตอนที่สาม เหตุการณ์การเข้ายึดอำนาจการปกครองในประเทศฟูจิ เวลาคล้อยหลังจากนั้นไม่นานนัก ก็มีกลุ่มคนร้ายฉกฉวยโอกาสที่สภาวะบ้านเมืองระส่ำระสาย เข้าไปปล้นห้างค้าปลีกของผู้เอาประกันภัย แม้เป็นการทำเพื่อผลประโยชน์ส่วนบุคคล แต่ก็พูดไม่ได้ว่า เป็นผลพวงมาจากการที่บ้านเมืองตกอยู่ในสภาวะไร้ขื่อแป ปราศจากการบังคับใช้กฎหมาย อันเนื่องมาจากการยึดอำนาจการปกครองดังกล่าว การจลาจลปล้นสะดมนั้น จึงถือเสมือนมีสาเหตุโดยอ้อมมาจากการกระทำแข็งข้อ (insurrection) นั้นเอง

หรืออย่างคดีต้นแบบที่ทั่วโลกใช้อ้างอิงเวลาพิจารณาถึงกรณีสาเหตุโดยอ้อม (Indirectly Caused) นั่นคือ คดี Coxe v. Employers Liability Assurance Corp., 1916, 2 K.B. 629 ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงสภาวะสงคราม อันตกอยู่ในข้อยกเว้นทั้งสาเหตุโดยตรง และโดยอ้อมที่เกิดจากภัยสงคราม ภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล ได้เกิดขึ้นในขณะที่ผู้เอาประกันภัย ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ทหารออกปฎิบัติหน้าที่ในการตรวจตราทหารยามประจำตามจุดต่าง ๆ ข้างทางรถไฟ แล้วปรากฏว่า ผู้เอาประกันภัยได้ถูกรถไฟชนจนเสียชีวิต ทำให้เกิดการตีความว่า การตายของผู้เอาประกันภัยนั้นมีสาเหตุโดยตรง หรือโดยอ้อมมาจากภัยสงครามที่อยู่ในข้อยกเว้นหรือไม่ ซึ่งผลการวินิจฉัย การปฎิบัติหน้าที่ของผู้เอาประกันภัยได้ส่งผลทำให้ผู้เอาประกันภัยตกอยู่ในสภาวะที่อาจเกิดอันตรายได้ และในที่สุดก็เกิดอันตรายขึ้นมาจริง ๆ ดังกล่าว จึงถือได้ว่า การเสียชีวิตของผู้เอาประกันภัยมีสาเหตุโดยอ้อมมาจากภัยสงครามนั้นเอง

คิดว่า พอจับประเด็นในการพิจารณาได้บ้างไหมครับ แล้วเราค่อยคุยกันอีกในตอนต่อไปนะครับ



วันพฤหัสบดีที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2559

เรื่องที่ 25 : ความเสียหายจากสาเหตุโดยตรง (Directly Caused) หมายถึงอะไร?



(ตอนที่สี่)   


สำหรับตัวอย่างสุดท้ายของบทความเรื่องสาเหตุโดยตรง เป็นคดีที่เกิดขึ้นในประเทศสหรัฐอเมริกา เรื่องมันมีอยู่ว่า


ผู้เอาประกันภัยรายนี้ ครอบครัว Stankova ได้ซื้อบ้าน พร้อมโรงรถซึ่งเชื่อมต่อเป็นส่วนหนึ่งของบ้านหลังนี้มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1998 โดยประวัติดั้งเดิมของบ้านหลังนี้ จวบจนก่อนเกิดเหตุการณ์ครั้งนี้ แม้ตั้งอยู่ใกล้เชิงเขา ไม่ปรากฏเคยได้รับความเสียหายจากภัยน้ำท่วม และโคลนถล่มมาก่อนเลย ผู้เอาประกันภัยได้เอาประกันภัยตัวบ้านพร้อมโรงรถภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยสำหรับที่อยู่อาศัยไว้กับบริษัทประกันภัย Metropolitan Property and Casualty Insurance Company


ในวันที่ 29 พฤษภาคม ค.ศ. 2011 ได้เกิดไฟไหม้ป่าใกล้บริเวณบ้านพักของผู้เอาประกันภัย แล้วลุกลามมาไหม้โรงรถของผู้เอาประกันภัยในวันที่ 13 มิถุนายน แต่โชคดีที่มิได้ลามต่อเนื่องไปถึงตัวบ้าน กว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐจะสามารถควบคุมไฟป่าได้อย่างราบคาบ ก็ปาไปจนถึงวันที่ 8 กรกฎาคม ไฟได้ไหม้ทำลายพืชผลบริเวณเชิงเขาไปทั้งหมด ครั้นต่อมาอีกประมาณหนึ่งเดือน ในวันที่ 6 สิงหาคม ก็เกิดโคลนถล่มกับน้ำที่ไหลบ่าลงมาจากเชิงเขา ไปสร้างความเสียหายแก่ตัวบ้านของผู้เอาประกันภัย


เนื่องด้วยกรมธรรม์ประกันภัยสำหรับที่อยู่อาศัยฉบับนี้ ระบุคุ้มครองถึงความสูญเสีย หรือความเสียหายทางกายภาพแก่ทรัพย์สินที่เอาประกันภัย อันเกิดจากอุบัติเหตุซึ่งเกิดขึ้นโดยฉับพลันจากภัยที่คุ้มครอง ในที่นี้คือ ไฟไหม้ ผู้เอาประกันภัยจึงไปเรียกร้องให้บริษัทประกันภัยชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้นดังกล่าว


บริษัทประกันภัยพิจารณาชดใช้ความเสียหายของไฟไหม้ที่เกิดแก่โรงรถ แต่ปฎิเสธไม่คุ้มครองความเสียหายของตัวบ้านจากโคลนถล่ม และภัยเนื่องจากน้ำดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่า ตกอยู่ในข้อยกเว้นของกรมธรรม์ประกันภัยฉบับนี้ที่ระบุว่า


“ความเสียหายเนื่องจากน้ำ (Water Damage) หมายความถึง ความเสียหายใด ๆ อันมีสาเหตุมาจาก เป็นผลมาจาก มีส่วนมาจาก หรือส่งผลมาจากน้ำท่วม การไหลย้อนกลับจากท่อระบายน้ำ น้ำท่วมบนพื้นผิว หรือการรั่วไหล........

ความเสียหายจากเคลื่อนตัวของดิน (Earth Movement) หมายความถึง ความเสียหายใด ๆ อันมีสาเหตุมาจาก เป็นผลมาจาก มีส่วนมาจาก หรือส่งผลมาจากเหตุการณ์ซึ่งรวมถึง แต่ไม่จำกัดอยู่เพียงแผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด หลุมยุบ โคลนถล่ม ........”


ผู้เอาประกันภัยโต้แย้งว่า ไฟไหม้เป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดความเสียหายทั้งหมด แล้วทำให้เกิดความเสียหายจากโคลนถล่ม และภัยเนื่องจากน้ำ ถือเป็นสาเหตุใกล้ชิดต่อเนื่อง โดยไม่ขาดตอนจากไฟไหม้ ซึ่งเป็นภัยที่คุ้มครอง บริษัทประกันภัยจำต้องรับผิดด้วย


ศาลชั้นต้นเห็นด้วยกับบริษัทประกันภัย เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลอุทธรณ์ ก็ได้มีการตีความคำว่า “สาเหตุโดยตรง (direct cause)” สำหรับภัยไฟไหม้ คือ มิได้จำกัดอยู่เพียงการถูกเผาไหม้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงผลสืบเนื่องอย่างฉับพลันของการลุกลาม หรือการเผาไหม้ของไฟนั้น หรือกระทั่งความเสียหายทั้งหลายซึ่งมีสาเหตุใกล้ชิดมาจากไฟนั้นอีกด้วย เจตนารมณ์ของการให้ความคุ้มครองสำหรับไฟไหม้ภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยก็เพื่อที่จะให้ความคุ้มครองถึงความสูญเสีย หรือความเสียหายทุกอย่าง อันมีสาเหตุใกล้ชิดมาจากไฟไหม้ ตลอดจนถึงความสูญเสีย หรือความเสียหายทุกอย่างเท่าที่จำเป็นต่อเนื่องโดยตรง และโดยฉับพลันจากภัยไฟไหม้นั้น หรือจากสภาวการณ์เช่นนั้นด้วย 


ศาลอุทธรณ์วิเคราะห์ว่า ไฟไหม้ป่านั้น มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นสาเหตุโดยตรงในการก่อให้เกิดโคลนถล่ม ในลักษณะต่อเนื่องกันโดยไม่ขาดตอน ประกอบกับผู้เอาประกันภัยเองก็ให้หลักฐานที่รับฟังได้ว่า ไม่เคยปรากฏมีโคลนถล่ม และน้ำท่วมในพื้นที่นั้นมาก่อนเลย อีกทั้งในปีที่เกิดเหตุการณ์ครั้งนี้ ก็ไม่มีฝนตกหนักเกิดขึ้นมาแต่ประการใด ดังนั้น ศาลอุทธรณ์จึงรับฟังเป็นเหตุเป็นผลเชื่อได้ว่า ภัยโคลนถล่มกับภัยเนื่องจากน้ำนั้นมีสาเหตุใกล้ชิดมาจากภัยไฟไหม้


อ้างถึงคดี Stankova v. Metropolitan Prop. & Cas. Ins. Co., 2015 WL 3429395, 2015 U.S. App.



คุณคิดเห็นอย่างไรกับคำวินิจฉัยในคดีนี้ครับ


อันที่จริง ศาลอุทธรณ์เองก็มิได้ฟันธงชัดเจนนะครับ เพราะศาลชั้นต้นมิได้วิเคราะห์ความเชื่อมโยงระหว่างสองเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างกระจ่างแจ้ง แต่กระนั้น คงให้แนวทางในการศึกษา และสร้างความเข้าใจแก่พวกเราได้ไม่น้อย


คราวต่อไป เราจะมาเริ่มทำความเข้าใจกันถึงความหมายของสาเหตุโดยอ้อม (Indirectly Caused) กันต่อไปครับ