วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2563

 

เรื่องที่ 130 : การตีความหมายของคำว่า “งานฝีมือ (Workmanship) ภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยความเสี่ยงภัยทุกชนิดของผู้รับเหมา (Contractor’s All Risks Insurance Policy)

 

(ตอนที่สอง)

 

สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างผู้รับเหมาทำการติดตั้งถังเก็บน้ำมันใต้ดินในหลุมที่ขุดรอไว้ ฝนได้เกิดตกลงมา ทำให้น้ำท่วมหลุมนั้น และส่งผลให้ถังเก็บน้ำมันใต้ดินดังกล่าวลอยตัวขึ้นมาจนได้รับความเสียหายนั้น

 

เรามาลองไล่ลำดับการพิจารณาความคุ้มครองกรณีนี้กันดูนะครับ

 

1) ความเสียหายดังกล่าวที่เกิดขึ้นถือเป็นอุบัติเหตุหรือเปล่าครับ?

 

อุบัติเหตุ (Accident)” โดยทั่วไป บริษัทประกันภัยมักตีความหมายถึง เหตุที่เกิดขึ้นจากปัจจัยภายนอกโดยฉับพลัน ซึ่งผู้เอาประกันภัยมิได้เจตนาหรือมุ่งหวัง

 

น้ำฝนที่ตกลงมาทำให้น้ำท่วมถือเป็นปัจจัยภายนอกที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน และแน่นอนว่า ผู้เอาประกันภัยมิได้คาดหวังที่จะให้เกิดขึ้นผลขึ้นเช่นนั้น มิฉะนั้นแล้ว คงไม่ทำงานต่อจนสร้างปัญหานี้ให้เกิดขึ้นท้ายที่สุด  

 

2) ถ้าใช่ ทรัพย์สินที่เสียหายเป็นทรัพย์สินที่เอาประกันภัยหรือไม่?

 

ถังเก็บน้ำมันใต้ดินเป็นทรัพย์สินที่เอาประกันภัย อันถือเป็นส่วนหนึ่งของตัวงานตามสัญญาว่าจ้างที่จะส่งมอบให้เป็นทรัพย์สินแก่ผู้ว่าจ้างต่อไป เมื่องานเสร็จสมบูรณ์แล้ว

 

3) ถ้าใช่ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะตกอยู่ในข้อยกเว้นหรือผิดเงื่อนไขใดหรือไม่?

 

สองข้อแรก บริษัทประกันภัยมิได้โต้แย้ง แต่ข้อนี้ตกอยู่ในข้อยกเว้นของกรมธรรม์ประกันภัยฉบับพิพาท ซึ่งระบุอย่างชัดเจนว่า

 

บริษัทประกันภัยจะไม่ชดใช้สำหรับความสูญเสียหรือความเสียหายใดอันมีสาเหตุมาจาก หรือเป็นผลมาจากความผิดพลาด ความไม่เพียงพอ หรือความบกพร่องในกรณีดังต่อไปนี้

ก) .................

ข) การออกแบบ รายละเอียดจำเพาะ ฝีมือแรงงาน (Workmanship) ….

 

ถึงแม้นว่าจะส่งผลทำให้เกิดภัยที่เอาประกันภัยไว้ก็ตาม อย่างไรก็ดี บริษัทประกันภัยเพียงจะให้ความคุ้มครองเฉพาะสำหรับความสูญเสียหรือความเสียหาย อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากกรณีดังกล่าวเท่านั้น

 

โดยบริษัทประกันภัยหยิบยกคู่มือการทำงาน (Project Manual) มาอ้างอิงด้วยว่า ได้มีทั้งข้อแนะนำและคำเตือน ช่วงทำงานติดตั้งถังเก็บน้ำมันใต้ดินลงไปในหลุมเปียกชุ่ม (Wet) หรือหลุมแห้งที่อาจมีความเสี่ยงภัยที่จะเปียกชุ่มได้ แนะนำให้ผู้รับเหมาบรรจุน้ำสะอาดใส่ไว้ในถังนั้นอย่างเพียงพอด้วย เพื่อถ่วงน้ำหนัก (Ballast)

 

แต่ผู้รับเหมาหรือผู้เอาประกันภัยรายนี้กลับละเลย หรือกระทำไม่เพียงพอ

 

กรณีทั้งหมดจึงมิได้รับความคุ้มครองเลย

 

เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลชั้นต้น

 

ผู้รับเหมาหรือผู้เอาประกันภัยรายนี้ซึ่งเป็นโจทก์ยื่นฟ้องให้บริษัทประกันภัยในฐานะจำเลยรับผิดชอบตามกรมธรรม์ประกันภัยฉบับพิพาท ได้โต้แย้งว่า ข้อความดังระบุไว้นั้น ไม่ชัดเจน อ่านแล้วทำให้เข้าใจว่า ข้อยกเว้นเรื่องความผิดพลาดของฝีมือแรงงานนั้น มีผลใช้บังคับเพียงเวลาที่ทำงานติดตั้งถังเก็บน้ำมันใต้ดินจนเสร็จสิ้นได้เป็นผลิตผล (Product) แล้วเท่านั้น มิใช่อยู่ระหว่างกำลังทำงาน (Process) อีกทั้งได้มีการเริ่มถมดินบางส่วนกลบ (Back Fill) หลุมนั้นเอาไว้ด้วย มิใช่มิได้ดำเนินการโดยปราศจากความระมัดระวังตามสมควรเลย

 

หรือสรุปง่าย ๆ ว่า อาจไม่คุ้มครองตัวต้นเหตุจากการทำงาน แต่คุ้มครองตัวอื่น (ผลิตผล) ที่ได้รับผลติดตามมาเท่านั้น โดยที่ตกอยู่ภายใต้ภัยที่คุ้มครองด้วย

 

ศาลชั้นต้นเห็นพ้องกับโจทก์ว่า ข้อความดังกล่าวของกรมธรรม์ประกันภัยฉบับพิพาทมีความกำกวม ไม่ชัดเจนเพียงพอ จึงยกประโยชน์ให้แก่โจทก์ซึ่งมิได้เป็นผู้มีส่วนร่วมในการร่างถ้อยคำ ด้วยการตัดสินให้บริษัทประกันภัยจำเลยรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัยฉบับดังกล่าว

 

บริษัทประกันภัยจำเลยอุทธรณ์

 

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นเพียงวิเคราะห์มุ่งเน้นถ้อยคำบางจุดที่ปรากฏในข้อยกเว้นเท่านั้น โดยมิได้มองภาพรวมของข้อความทั้งหมดในกรมธรรม์ประกันภัยฉบับพิพาททั้งฉบับเลย ซึ่งปรากฏคำว่า “การก่อสร้าง (Construction)” อยู่หลายแห่ง ควรที่จะนำมาประกอบการพิจารณาด้วย ซึ่งการก่อสร้างนั้นน่าจะแปลความหมายรวมถึงกระบวนการดำเนินงาน (Process) ด้วย ถึงกระนั้น ศาลอุทธรณ์ยังเห็นว่า บริษัทประกันภัยจำเลยก็จำต้องรับผิดอยู่ดี เนื่องจากเข้าข่ายผลที่ติดตามมา มิใช่ทุกกรณีถูกยกเว้นไม่ได้รับความคุ้มครองทั้งหมดเลยดังที่บริษัทประกันภัยจำเลยกล่าวอ้าง

 

อย่างไรก็ดี ให้ย้อนคดีกลับไปสู่ศาลชั้นต้นเพื่อวิเคราะห์อย่างชัดเจนครบถ้วนต่อไป

 

(อ้างอิงและเรียบเรียงมาจากคดี Engineered Structures, Inc. v. Travelers Property Casualty Company, No. 18-35588, 9th Cir., 2020 U.S. App. LEXIS 25994))  

 

ถ้ามีบางท่านยังไม่ใคร่ชัดเจนนักถึงการตีความเรื่องกระบวนการดำเนินงาน (Process) กับผลิตผล (Product) แล้วล่ะก้อ เสนอแนะให้ย้อนกลับไปลองอ่านบทความเรื่องที่ 69: ข้อยกเว้นงานฝีมือที่ผิดพลาด หรือบกพร่อง (Faulty or Defective Workmanship) ภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยการปฎิบัติงานตามสัญญามีความหมายเช่นใด? รวมสามตอน ซึ่งได้เคยเขียนเอาไว้ระหว่างวันที่ 4 – 17 มิถุนายน พ.ศ. 2561 ประกอบอีกที ลองดูนะครับ

 

เรื่องต่อไป: คุณเคยสงสัยบ้างไหมครับว่า ทำไมต่างประเทศถึงจัดทำกรมธรรม์ประกันภัยความรับผิดตามกฎหมายต่อบุคคลภายนอก (Public Liability Insurance Policy) ไปควบรวมกับกรมธรรม์ประกันภัยความรับผิดตามกฎหมายอันเนื่องจากผลิตภัณฑ์ (Products Liability Insurance Policy) แทนที่แยกฉบับกันเหมือนอย่างบ้านเรา?

 

บริการ

-     รับบรรยายให้ความรู้ด้านประกันวินาศภัย

-     รับแปลเอกสารกรมธรรม์ประกันภัย (อังกฤษเป็นไทย)

สนใจติดต่อ vivatchai.amornkul@gmail.com

 

อ่านบทความอีกชุดที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ใน พบ-ป(ร)ะ-กัน(ภัย): เป็นเรื่อง เป็นราว ใน Facebook Meet Insurance ที่ https://www.facebook.com/pomamornkul/

และที่ https://www.facebook.com/BestTrainingAdvisory

 

วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2563

 

เรื่องที่ 130 : การตีความหมายของคำว่า “งานฝีมือ (Workmanship) ภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยความเสี่ยงภัยทุกชนิดของผู้รับเหมา (Contractor’s All Risks Insurance Policy)

(ตอนที่หนึ่ง)

ถึงแม้กรมธรรม์ประกันภัยความเสี่ยงภัยทุกชนิดสำหรับผู้รับเหมา (Contractor’s All Risks Insurance Policy) หรือประเทศสหรัฐเรียกว่า “กรมธรรม์ประกันภัยสำหรับผู้รับเหมาก่อสร้าง (Builder’s Risks Insurance Policy)” ส่วนบ้านเราใช้เรียกเป็นทางการว่า “กรมธรรม์ประกันภัยการปฏิบัติงานตามสัญญาการก่อสร้าง (Contract Works Insurance Policy)” จะให้ความคุ้มครองลักษณะสรรพภัยก็ตาม แต่ก็แสดงเจตนารมณ์อย่างชัดเจนไม่ประสงค์ให้ความคุ้มครองรวมไปถึงลักษณะการรับรองผลการทำงานด้วย จึงได้กำหนดเอาไว้ภายใต้เงื่อนไขทั่วไปกับข้อยกเว้น ดังนี้

หมวดที่ 2 เงื่อนไขทั่วไป

1. การใช้ความระมัดระวังตามควร ผู้เอาประกันภัยจะต้องดำเนินการด้วยค่าใช้จ่ายของตนเองอย่างระมัดระวังตามควรในทุกวิถีทางที่จะป้องกันมิให้เกิดความเสียหาย หรือความรับผิด และจะต้องปฎิบัติให้เป็นไปตามวิธีปฎิบัติทางวิศวกรรมทั่วไป ข้อกำหนดทางกฎหมาย และข้อแนะนำของผู้ผลิตที่ได้กำหนดขึ้นมาเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการใช้งานของเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่าง ๆ อนึ่ง ผู้เอาประกันภัยจะต้องดูแลรักษางานตามสัญญาการก่อสร้าง และ/หรือการติดตั้งเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อสร้าง หรือการติดตั้งที่ได้เอาประกันภัยไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยนี้

ส่วนที่ 1 งานก่อสร้างและงานวิศวกรรมโยธา

1.2 ข้อยกเว้น

      บริษัทจะไม่รับผิดสำหรับ

      1. ………………………………

      4. ค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนทดแทน หรือการแก้ไขวัสดุ และ/หรือฝีมือแรงงานที่บกพร่อง แต่ข้อยกเว้นนี้จะจำกัดอยู่เพียงชิ้นส่วนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงเท่านั้น อย่างไรก็ตาม บริษัทจะรับผิดต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากอุบัติเหตุที่ได้รับความคุ้มครอง อันเนื่องจากวัสดุ และ/หรืองานฝีมือแรงงานที่บกพร่องดังกล่าว

ส่วนที่ 2 การติดตั้งเครื่องจักร

2.2 ข้อยกเว้น

      บริษัทจะไม่รับผิดสำหรับ

   1. ความเสียหายอันเนื่องมาจากการออกแบบผิดพลาด ความบกพร่องของ

วัสดุ หรือแบบหล่อ ฝีมือแรงงานที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งไม่ใช่ความผิดพลาดจากการติดตั้ง

กระนั้น ได้เกิดประเด็นปัญหาข้อพิพาทอย่างมากมายอยู่ตลอดเวลาจวบจนกระทั่งปัจจุบัน ทั้งในต่างประเทศและบ้านเรา ในการแปลความหมายของคำสำคัญที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น

วิธีปฎิบัติทางวิศวกรรมทั่วไป (sound engineering practice)

วัสดุ และ/หรือฝีมือแรงงานที่บกพร่อง (defective material and/or workmanship)

ความบกพร่องของวัสดุ หรือแบบหล่อ ฝีมือแรงงานที่ไม่ได้มาตรฐาน (defective material or casting, bad workmanship)

คำอื่น ๆ นอกเหนือจากฝีมือแรงงานที่บกพร่องหรือไม่ได้มาตรฐาน ยังพอนึกจินตนาการได้บ้าง 

แต่สำหรับอะไร คือ ฝีมือแรงงานที่บกพร่องหรือไม่ได้มาตรฐาน??? จินตนาการลำบากจริง ๆ 

ถ้าถึงขนาดในการทำงานก่อสร้าง หรือการติดตั้งทุกอย่างล้วนถือเป็นการใช้ทักษะฝีมือแรงงานทั้งหมดแล้วล่ะก้อ ผู้รับเหมาแทบจะกระดิกตัวไม่ได้เลยใช่หรือเปล่า???

แล้วสิ่งที่เรียกว่าคุ้มครองความเสี่ยงภัยทุกชนิด (all risks) หรือสรรพภัย (multi perils) จะให้ความคุ้มครองถึงอะไรกันบ้างล่ะนี่???

Workmanship ซึ่งพจนานานุกรมแปลความ คือ ฝีมือ, ความเชี่ยวชาญ, ความชำนาญ, คุณภาพของงาน, ผลิตผลของแรงงาน, ผลงานที่ทำ

คุณพอทำความเข้าใจหรือนึกจินตนาการได้บ้างไหมครับ? ได้แก่อะไรบ้างเอ่ย?

จะเป็นเช่นดั่งคดีศึกษาต่างประเทศเรื่องล่าสุดนี้ได้บ้างไหม?

ผู้รับเหมารายหนึ่งได้รับการว่าจ้างให้ก่อสร้างปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ระหว่างทำการติดตั้งถังเก็บน้ำมันใต้ดินในหลุมที่ขุดรอไว้ ฝนได้เกิดตกลงมาและส่งผลทำให้ถังเก็บน้ำมันใต้ดินลอยตัวขึ้นมาจนได้รับความเสียหาย 

เมื่อผู้รับเหมารายนี้ซึ่งได้จัดทำกรมธรรม์ประกันภัยความเสี่ยงภัยทุกชนิดสำหรับผู้รับเหมาเอาไว้อยู่แล้ว ได้ไปแจ้งบริษัทประกันภัยของตนเพื่อเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนสำหรับความเสียหายดังกล่าวที่เกิดขึ้น

คุณคิดว่า คำตอบที่ได้รับจากบริษัทประกันภัยนั้นจะเป็นเช่นใด?

คุณอาจลองไล่ลำดับการพิจารณาความคุ้มครองเป็นดังนี้ก็ได้นะครับ

1) ความเสียหายดังกล่าวที่เกิดขึ้นถือเป็นอุบัติเหตุหรือเปล่าครับ?

2) ถ้าใช่ ทรัพย์สินที่เสียหายเป็นทรัพย์สินที่เอาประกันภัยหรือไม่?

3) ถ้าใช่ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะตกอยู่ในข้อยกเว้นหรือผิดเงื่อนไขใดหรือไม่?

 

สัปดาห์หน้าค่อยมาดูด้วยกันว่า คำพิพากษาของศาลต่างประเทศจะออกมาตรงกับความคิดของเราไหม?

 

บริการ

-     รับบรรยายให้ความรู้ด้านประกันวินาศภัย

-     รับแปลเอกสารกรมธรรม์ประกันภัย (อังกฤษเป็นไทย)

สนใจติดต่อ vivatchai.amornkul@gmail.com

 

อ่านบทความอีกชุดที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ใน พบ-ป(ร)ะ-กัน(ภัย): เป็นเรื่อง เป็นราว ใน Facebook Meet Insurance ที่ https://www.facebook.com/pomamornkul/

และที่ https://www.facebook.com/BestTrainingAdvisory