วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2564

 เรื่องที่ 145: ความคุ้มครองระยะเวลาบำรุงรักษา (Maintenance Period Coverage) ภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยการปฏิบัติงานตามสัญญา (Contract Works Insurance Policy) ควรถูกแปลความหมายเช่นไรดี?

 

(ตอนที่หนึ่ง)

 

หากใครมีโอกาสได้อ่านเรื่องผลิตภัณฑ์ประกันวินาศภัย ประเภทการประกันภัยวิศวกรรม ในคู่มือประกอบการอบรมตัวแทน/นายหน้าประกันวินาศภัยของสำนักงาน คปภ. ซึ่งให้ข้อมูลว่า สำหรับกรมธรรม์ประกันภัยการปฏิบัติงานตามสัญญา หรือบ่อยครั้งเรียกว่า กรมธรรม์ประกันภัยความเสี่ยงภัยทุกชนิด สำหรับผู้รับเหมา (CAR/EAR) นั้นจะถูกจัดแบ่งระยะเอาประกันภัย หรือระยะเวลาความคุ้มครองออกเป็นสามช่วงระยะเวลา ได้แก่

 

(1) ระยะเวลาการก่อสร้าง และ/หรือการติดตั้ง

(2) ระยะเวลาการทดสอบเครื่องจักรใหม่

(3) ระยะเวลาการบำรุงรักษา

 

สองระยะเวลาแรกอาจทำความเข้าใจไม่ยาก แต่ระยะเวลาที่สามซึ่งดูเสมือน่าจะเข้าใจได้ไม่ยากเช่นกัน ในทางปฏิบัติจริงแล้วกลับยังมีข้อถกเถียงในเรื่องการแปลความหมายที่แตกต่างกันอยู่มากมายในหลายประเทศว่า ช่วงระยะเวลาการบำรุงรักษานั้นควรให้ความคุ้มครองเช่นไร?

 

บ้านเราซึ่งมีกรมธรรม์ประกันภัยฉบับมาตรฐานที่ให้ความคุ้มครองระหว่างการก่อสร้าง/การติดตั้งอยู่รวมสามฉบับด้วยกัน กล่าวคือ

 

1) กรมธรรม์ประกันอัคคีภัยทั่วไป

 

ด้วยการระบุเป็นพิเศษให้คุ้มครองระหว่างการก่อสร้าง/การติดตั้ง ปัจจุบันน่าจะเข้ากรุไปแล้ว เพราะไม่เคยมีใครสนใจพูดถึงกันอีก และไม่พบเห็นเงื่อนไขความคุ้มครองของระยะเวลานี้เลย

 

2) กรมธรรม์ประกันภัยการปฏิบัติงานตามสัญญา ฉบับภาษาอังกฤษ

 

ไม่มีคำนิยามระยะเวลาการบำรุงรักษากำหนดเอาไว้อย่างชัดเจน เพียงแค่ระบุโดยสามารถถอดความเป็นภาษาไทยได้ว่า

หากได้มีการกำหนดระยะเวลาบำรุงรักษาไว้ในตารางกรมธรรม์ประกันภัย ความรับผิดของผู้รับประกันภัยในระหว่างระยะเวลานี้จะจำกัดอยู่เพียงต่อความสูญเสีย หรือความเสียหายใดที่เกิดขึ้นมาจากผู้รับจ้างที่เอาประกันภัย ในการปฎิบัติงานนั้น เพื่อให้เป็นไปตามข้อผูกพันภายใต้ข้อกำหนดของการบำรุงรักษาตามสัญญาจ้างเหมานั้นเอง

3) กรมธรรม์ประกันภัยการปฏิบัติงานตามสัญญาการก่อสร้าง ฉบับภาษาไทย

 

ไม่มีคำนิยามคำนี้เช่นเดียวกัน โดยเพียงกล่าวถึงไว้ ภายใต้หมวดที่ 4 ข้อตกลงคุ้มครอง ส่วนที่ 1 งานก่อสร้างและงานวิศวกรรมโยธา ข้อที่ 1.3.2 ระยะเวลาบำรุงรักษา ดังนี้

 

หากมีการกำหนดระยะเวลาบำรุงรักษาไว้ในตารางกรมธรรม์ประกันภัย ความรับผิดของบริษัทจะจำกัดอยู่เพียงความเสียหายใดที่เกิดขึ้นจากงานที่ผู้รับเหมา ซึ่งเป็นผู้เอาประกันภัยปฏิบัติตามข้อผูกพัน ภายใต้การบำรุงรักษาตามสัญญาการก่อสร้างเท่านั้น

 

งั้นระยะเวลาการบำรุงรักษา หรือระยะเวลาบำรุงรักษาหมายถึงอะไร? และเกิดขึ้นมาได้อย่างไร?

 

สำหรับคำถามแรก ระยะเวลาบำรุงรักษาหมายถึงอะไร?

 

เปิดดูพจนานุกรมศัพท์ประกันภัย ฉบับราชบัณฑิตยสภา (2560, น. 175) ไม่พบถ้อยคำนี้ แต่มีคำใกล้เคียง คือ

 

Maintenance bond หนังสือค้ำประกันการบำรุงรักษา:

 

หนังสือค้ำประกันความรับผิดที่เกิดจากความบกพร่องของวัสดุ หรือผลงานที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือเป้าหมายตามที่ตกลงกันไว้ เช่น การที่ผู้รับประกันภัยออกหนังสือค้ำประกันผู้รับเหมาก่อสร้างถนน เพื่อความรับผิดชอบที่เกิดจากสัญญาก่อสร้างในช่วงการบำรุงรักษาถนน หลังจากการก่อสร้างแล้วเสร็จตามระยะเวลาที่ตกลงกันไว้

 

ทำให้จำต้องไปตรวจสอบดูความหมายในแหล่งอื่นที่เกี่ยวข้องกันบ้าง

 

สภาวิศวกร

 

Defect liability period / Defect notification period / Maintenance period ช่วงเวลาแจ้งความชำรุดบกพร่อง

 

คำศัพท์น่ารู้ในงานเอกสารสัญญาก่อสร้าง

 

Defect Liability ความรับผิดชอบต่อข้อบกพร่อง
Defect Liability Period ระยะเวลาประกันความเสียหาย

Maintenance Period ระยะเวลาช่วงบำรุงรักษา (ระยะเวลาประกันผลงาน)

 

ศัพท์ช่างภาษาอังกฤษแปลไทย

 

Defects Liability Period ช่วงเวลารับประกันความชำรุดบกพร่อง (หลังส่งมอบงาน)

 

ชมรมนักกฎหมายก่อสร้าง ให้ความคิดเห็นว่า

 

Defects​ Liability​ Period​ หมาย​ถึง​ ระยะ​เวลา​ความ​รับผิด​เพื่อ​ความ​ชำ​รุด​บกพร่อง​ คือ​ ต้อง​มี​ความ​ชำ​รุด​บกพร่อง​ ความ​ชำ​รุด​บกพร่อง​ที่​เกิดขึ้น​ต้อง​เป็น​ความ​รับผิด​ของ​ผู้​รับ​จ้าง​ เมื่อ​เกิดขึ้น​ผู้​รับ​จ้าง​มี​หน้าที่​ซ่อมแซม​แก้ไข​

 

Maintenance​ Period​ หรือ​ระยะเวลา​บำรุง​รักษา​ อัน​นี้​ไม่​เกี่ยว​กับ​การ​ชำรุด​บกพร่อง​ เช่น​ ติดตั้ง​ลิฟต์​ทุกอย่าง​เรียบร้อย​ดี​หมด​ ไม่​ชำรุด​บกพร่อง​เลย​ แต่​ต้อง​บำรุง​รักษา​ 1​ เดือน​ตรวจ​อะไร​ เปลี่ยน​อะไร​ 3​ เดือน​ตรวจ​อะไร​เปลี่ยน​อะไร​ ฯลฯ

 

ส่วนตัวเห็นคล้อยตามกับความเห็นของชมรมฯ นะครับ แต่ในแวดวงประกันภัยกลับนิยมใช้คำเดิมมากกว่า

 

ขอไปคุยต่อคราวหน้านะครับ

 

บริการ

-     รับบรรยายให้ความรู้ด้านประกันวินาศภัย

-     รับแปลเอกสารกรมธรรม์ประกันภัย (อังกฤษเป็นไทย)

สนใจติดต่อ vivatchai.amornkul@gmail.com

 

อ่านบทความอีกชุดที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ใน พบ-ป(ร)ะ-กัน(ภัย): เป็นเรื่อง เป็นราว ใน Facebook Meet Insurance ที่ https://www.facebook.com/pomamornkul/

และที่ https://www.facebook.com/BestTrainingAdvisory

 

วันอาทิตย์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2564

เรื่องที่ 144: ข้อถกเถียงอุบัติเหตุเกิดจากการใช้รถเครน (Car’s Operation) หรือเกิดจากการใช้เครน (Crane’s  Operation) กันแน่?

 

(ตอนที่สอง)

 

ก่อนอื่นจำเป็นจะต้องมาพิจารณาถึงข้อกำหนด ข้อยกเว้น ตลอดจนเงื่อนไขทั้งหลาย ในกรมธรรม์ประกันภัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกันเสียก่อน

 

1) กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ ภาคสมัครใจ ฉบับมาตรฐานบ้านเรา

 

ภายใต้หมวดการคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ระบุว่า

 

ข้อ 1.  ข้อตกลงคุ้มครอง

          บริษัทจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความสูญเสีย หรือความเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดแก่บุคคลภายนอก ซึ่งผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย เนื่องจากอุบัติเหตุอันเกิดจากรถยนต์ที่ใช้ หรืออยู่ในทาง หรือ สิ่งที่บรรทุก หรือติดตั้งในรถยนต์นั้น ในระหว่างระยะเวลาประกันภัย ในนามผู้เอาประกันภัย ดังนี้

 

           1.1 ความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย บริษัทจะรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก ตามความเสียหายที่แท้จริงที่ผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบตามกฎหมายต่อบุคคลภายนอกนั้น

           บุคคลภายนอกที่ได้รับความคุ้มครองตาม 1.1 นี้ ไม่รวมถึงผู้ขับขี่ที่เป็นฝ่ายที่จะต้องรับผิดตามกฎหมาย ตลอดจนลูกจ้างในทางการที่จ้าง คู่สมรส บิดา มารดา บุตรของผู้ขับขี่นั้น

 

           1.2 ความเสียหายต่อทรัพย์สิน บริษัทจะรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก ซึ่งผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย และความรับผิดของบริษัทจะมีไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัยที่ระบุไว้ในตาราง

 

ความเสียหายต่อทรัพย์สินดังต่อไปนี้ จะไม่ได้รับความคุ้มครอง

          ()  ทรัพย์สินที่ผู้เอาประกันภัย ผู้ขับขี่ที่เป็นฝ่ายต้องรับผิดตามกฎหมาย คู่สมรส บิดา มารดา บุตรของผู้เอาประกันภัยหรือผู้ขับขี่นั้นเป็นเจ้าของ หรือเป็นผู้เก็บรักษา ควบคุม หรือครอบครอง

          ()  ................

          ()  สัมภาระหรือทรัพย์สินอื่นใดที่นำติดตัวขึ้นบนรถยนต์ หรือทรัพย์สินที่ บรรทุกอยู่ในรถยนต์ หรือกำลังยกขึ้น หรือกำลังยกลง จากรถยนต์ หรือทรัพย์สินที่รถยนต์กำลังยกจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง

 

2) กรมธรรม์ประกันภัยเครื่องจักร และอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อสร้าง (CPM)

 

ถอดความจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ พอสรุปได้ ดังนี้

 

หากในเวลาใดในระหว่างระยะเวลาประกันภัยตามที่ระบุไว้ในตารางกรมธรรม์ประกันภัย ได้ปรากฏว่า ทรัพย์สินที่เอาประกันภัย (หรือส่วนหนึ่งส่วนใด) ดังระบุไว้ในตารางกรมธรรม์ประกันภัย ซึ่งตั้งอยู่ภายในสถานที่ หรือภายในอาณาเขตตามที่ได้ระบุไว้ในที่นี้ ได้รับความสูญเสีย หรือความเสียหายทางกายภาพถึงขนาดที่มีความจำเป็นต้องได้รับการซ่อมแซม หรือการเปลี่ยนทดแทนโดยอุบัติเหตุ ซึ่งไม่อาจคาดการณ์ได้ล่วงหน้า และเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน จากสาเหตุใด ๆ ที่มิได้ระบุยกเว้นเอาไว้เป็นการเฉพาะเจาะจง

 

บริษัทจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัยสำหรับความสูญเสีย หรือความเสียหายดังกล่าวตามที่ได้กำหนดไว้ในที่นี้

 

ข้อยกเว้น

บริษัทจะไม่ต้องรับผิดสำหรับกรณีดังต่อไปนี้

ก. ................

ข. ................

จ. ความสูญเสีย หรือความเสียหายต่อยานพาหนะที่ถูกออกแบบ และได้รับอนุญาตให้นำมาวิ่งบนถนนสาธารณะ เว้นแต่ยานพาหนะนั้นได้ถูกใช้เฉพาะภายในสถานที่ก่อสร้าง

ฉ. ................

ถ. ความเสียหายสืบเนื่อง หรือความรับผิดในชนิด หรือลักษณะใดก็ตาม

 

3) กรมธรรม์ประกันภัยการปฏิบัติงานตามสัญญา/กรมธรรม์ประกันภัยความเสี่ยงภัยทุกชนิด สำหรับผู้รับเหมา (CAR/EAR)

 

ภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยการปฏิบัติงานตามสัญญาการก่อสร้าง ฉบับมาตรฐานภาษาไทยของบ้านเรา ระบุว่า

 

ส่วนที่ 1 งานก่อสร้างและงานวิศวกรรมโยธา

รายการที่ 1

……….

รายการที่ 2

……….

รายการที่ 3

เครื่องจักรที่ใช้ในการก่อสร้างและเครื่องจักรที่ตรึงอยู่ประจำที่

 

1.1 ความคุ้มครอง

      หากในระหว่างระยะเวลาเอาประกันภัย ทรัพย์สินที่เอาประกันภัยตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยนี้ได้รับความเสียหายจากอุบัติเหตุ หรือเหตุการณ์อันไม่อาจคาดหมายได้ หรือด้วยสาเหตุใดก็ตามที่ไม่ได้ระบุในข้อยกเว้น จนเป็นเหตุให้ทรัพย์สินนั้นต้องได้รับการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนใหม่ บริษัทจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัย สำหรับความเสียหายดังกล่าว แต่ไม่เกินกว่าจำนวนเงินเอาประกันภัยที่ได้ระบุไว้ในตารางกรมธรรม์ประกันภัย

 

1.2 ข้อยกเว้น

      บริษัทจะไม่รับผิดสำหรับ

1. ……….

2. ……….

7. ความเสียหายต่อยานพาหนะทางบกที่จดทะเบียน สำหรับใช้บนถนน หรือยานพาหนะทางน้ำ หรืออากาศยาน

 

ส่วนที่ 3 ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก

 

3.1 ความคุ้มครอง

บริษัทจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในนามของผู้เอาประกันภัย สำหรับความสูญเสียหรือความเสียหายอันเกิดแก่บุคคลภายนอกตามจำนวนเงินซึ่งผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดตามกฎหมาย สำหรับ

(1) การบาดเจ็บทางร่างกายหรือการเสียชีวิตหรือความเจ็บป่วยอันเกิดแก่บุคคลภายนอก อันเนื่องจากอุบัติเหตุที่ได้ระบุไว้ในตารางกรมธรรม์ประกันภัย

(2) ความสูญเสียหรือความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก อันเนื่องจากอุบัติเหตุที่ได้ระบุไว้ในตารางกรมธรรม์ประกันภัย

 

ซึ่งเกิดขึ้นในระหว่างระยะเวลาเอาประกันภัย โดยมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับการปฏิบัติงานตามสัญญาว่าจ้างที่ได้เอาประกันภัยไว้ตามกรมธรรม์ประกันภัยนี้ และเกิดขึ้น ณ สถานที่เอาประกันภัย หรือในบริเวณที่ติดกันกับสถานที่ดังกล่าว

 

3.2 ข้อยกเว้น

บริษัทจะไม่ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน สำหรับ

1. ……….

2. ……….

3. ความรับผิด ซึ่งเกิดขึ้นจาก

1) ……….

2) ……….

3) อุบัติเหตุใด ๆ อันมีสาเหตุจากยานพาหนะทางบกที่จดทะเบียนใช้บนถนน หรือยานพาหนะทางน้ำ หรืออากาศยาน

 

ต่อจากนั้นจึงค่อยนำไปวิเคราะห์เทียบเคียงกับกรณีดังที่ยกตัวอย่างนั้น จะเห็นได้ว่า

 

(ก) จะไม่ได้รับความคุ้มครองภายใต้รายการที่ 2) กรมธรรม์ประกันภัยเครื่องจักร และอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อสร้าง (CPM) เนื่องจากกรณีตกอยู่ในข้อยกเว้น ข้อ ถ. ข้างต้น

 

(ข) คงเหลือแต่รายการที่ 1) กับ 3) เท่านั้นที่จะต้องมาวิเคราะห์เพิ่มเติมอีก ดังนี้

 

1) กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ ภาคสมัครใจ

 

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือว่า เป็นอุบัติเหตุอันเกิดจากรถยนต์ที่ใช้ หรืออยู่ในทาง หรือ สิ่งที่บรรทุก หรือติดตั้งในรถยนต์นั้นหรือไม่?

 

เราลองมาเทียบเคียงคดีใกล้เคียงในต่างประเทศกันก่อนนะครับ

 

คดีต่างประเทศปรากฏว่า ผู้เอาประกันภัยรายนั้นมีกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ ภาคสมัครใจอยู่เพียงฉบับเดียวเท่านั้น

 

ฝ่ายบริษัทประกันภัยรถยนต์ปฏิเสธความรับผิดโดยอ้างว่า รถเครนคันที่ก่อเหตุกางขายันพื้นอยู่ขณะทำงาน จึงทำให้กลายจากสภาพของรถยนต์ปกติไปสู่สภาพของเครื่องจักรที่ใช้ในการก่อสร้างโดยสมบูรณ์แล้ว หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง ขณะเกิดอุบัติเหตุนั้น มิใช่รถยนต์อีกต่อไปแล้ว แต่เป็นเครื่องจักรที่ใช้ในการก่อสร้าง

 

แต่ผู้เอาประกันภัยต่อสู้ว่า ผู้เสียหายล้วนได้รับความเสียหายเนื่องจากการใช้รถยนต์คันนั้นเอง ซึ่งสอดคล้องกับข้อตกลงคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ทุกประการ

 

เมื่อคดีถูกนำขึ้นสู่ศาลต่างประเทศ และได้ถูกพินิจพิเคราะห์ในรายละเอียดแล้ว ศาลต่างประเทศก็วินิจฉัยให้บริษัทประกันภัยรถยนต์จำต้องรับผิด เนื่องจากเห็นว่า อุบัติเหตุนั้นได้เกิดขึ้นเนื่องจากการใช้รถยนต์คันนั้นตามปกติ (ordinary use)

 

คุณเห็นด้วยไหมครับ?

 

พอย้อนกลับมาอ่านคู่มือตีความกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ ฉบับล่าสุดของบ้านเรา ได้พูดถึงประเด็นนี้ว่า

 

ความเสียหายของชีวิต ร่างกาย อนามัย หรือทรัพย์สินของบุคคลภายนอกจึงได้รับความคุ้มครองอุบัติเหตุอันเกิดจากรถที่ใช้รถยนต์ที่อยู่ในทาง สิ่งที่บรรทุก หรือติดตั้งในรถยนต์นั้น ให้รวมถึงความเสียหายที่เกิดจากการใช้สิ่งที่ติดตั้งอยู่ในรถนั้นด้วย แม้ว่าการใช้นั้นจะมิได้ใช้อย่างสภาพการเป็นรถยนต์ก็ตาม

 

ตัวอย่างที่ 18 เด็กท้ายรถไปทำการยกดัมพ์ แต่เกิดความผิดพลาดบางประการ ทำให้ตัวดัมพ์หล่นทับทำให้บุคคลอื่นได้รับบาดเจ็บ ทรัพย์สินเสียหาย หรือกรณีรถเฮี๊ยบ (รถบรรทุกที่มีเครนยกของติดตั้งประจำอยู่ในตัวรถ) เด็กประจำรถได้ใช้เครนไปยกของ แต่ของที่ยกเกิดหล่น หรือตัวเครนเกิดไปฟาดโดนบุคคลอื่นเสียหาย ความเสียหายดังกล่าวเป็นความเสียหายที่อยู่ในข่ายที่จะได้รับความคุ้มครองตามสัญญาหมวดนี้ด้วย ทั้งนี้เนื่องจากมีการคิดคำนวณเบี้ยประกันภัยเพื่อรองรับความเสี่ยงภัยดังกล่าวไว้แล้ว

 

3) กรมธรรม์ประกันภัยการปฏิบัติงานตามสัญญาการก่อสร้าง

 

หากได้ขยายรถเครนไว้ให้เป็นทรัพย์สินที่เอาประกันภัย ในรายการที่ 3 เครื่องจักรที่ใช้ในการก่อสร้างแล้ว

 

เชื่อมั่นได้ว่า ความกังวลใจซึ่งอาจเกิดขึ้นได้จากข้อยกเว้น ข้อที่ 3 ความรับผิด ซึ่งเกิดขึ้นจาก 3) อุบัติเหตุใด ๆ อันมีสาเหตุจากยานพาหนะทางบกที่จดทะเบียนใช้บนถนน หรือยานพาหนะทางน้ำ หรืออากาศยาน ภายใต้ส่วนที่ 3 ความรับผิดต่อบุคคลภายนอกนั้น

 

ก็พอวางใจได้แล้วระดับหนึ่งว่า

 

อย่างน้อยน่าจะได้รับความคุ้มครองจากกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ฉบับหนึ่งอยู่แล้ว

 

โชคดีอาจจะได้เพิ่มจากกรมธรรม์ประกันภัยการปฏิบัติงานตามสัญญาการก่อสร้างอีกฉบับก็เป็นไปได้

 

ถึงตรงนี้ คุณคงจะเลือกคำตอบที่ทิ้งค้างไว้ได้ โดยไม่ลำบากแล้วนะครับ

 

(อ้างอิง และเทียบเคียงจากคดี Wormell v. Insurance Corp. of British Columbia, 2010 BCSC 1028)

 

บริการ

-     รับบรรยายให้ความรู้ด้านประกันวินาศภัย

-     รับแปลเอกสารกรมธรรม์ประกันภัย (อังกฤษเป็นไทย)

สนใจติดต่อ vivatchai.amornkul@gmail.com

 

อ่านบทความอีกชุดที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ใน พบ-ป(ร)ะ-กัน(ภัย): เป็นเรื่อง เป็นราว ใน Facebook Meet Insurance ที่ https://www.facebook.com/pomamornkul/

และที่ https://www.facebook.com/BestTrainingAdvisory

 

วันเสาร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2564

เรื่องที่ 144 : ข้อถกเถียงอุบัติเหตุเกิดจากการใช้รถเครน (Car’s Operation) หรือเกิดจากการใช้เครน (Crane’s  Operation) กันแน่?

 

(ตอนที่หนึ่ง)

 

เคยมีประเด็นข้อสงสัยว่า รถเครน หรือรถปั้นจั่นที่มีล้อยางควรจะทำประกันภัยประเภทอะไรได้บ้าง?

 

แนวคำตอบที่ได้รับ คือ

 

1) ที่แน่ ๆ คือ ทำประกันภัยประเภทรถยนต์ อันได้แก่ ทั้งกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ ภาคบังคับ และ/หรือภาคสมัครใจเบื้องต้นก่อนเป็นดีที่สุด เนื่องจากมีการนำรถจำพวกนี้ไปใช้วิ่งไปไหนมาไหนบนท้องถนนอยู่ด้วย

 

2) ถ้านำรถเครนไปใช้ในกิจการงานก่อสร้าง ก็ควรนำไปทำประกันภัยประเภทวิศวกรรมเสริมเพิ่มเติมเผื่อไว้อีกฉบับ โดยมีทางเลือกสองรูปแบบ ดังนี้

 

2.1) กรมธรรม์ประกันภัยเครื่องจักร และอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อสร้าง (Contractor’s Plant and Machinery Insurance Policy) ซึ่งให้ความคุ้มครองเป็นรายปีเช่นดั่งกรมธรรม์ประกันภัยปกติทั่วไป หรือ

 

2.2) กรมธรรม์ประกันภัยการปฏิบัติงานตามสัญญา (Contract Works Insurance Policy) หรือกรมธรรม์ประกันภัยความเสี่ยงภัยทุกชนิด สำหรับผู้รับเหมา (Contractor’s All Risks Insurance Policy) โดยเป็นลักษณะขยายความคุ้มครองเพิ่มเติมลงไปในกรมธรรม์ประกันภัยฉบับดังว่านั้น เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ระหว่างที่นำเข้าไปใช้งานอยู่ ภายในสถานที่ก่อสร้างดังระบุเอาประกันภัยไว้เท่านั้น

 

ถ้าผู้มีส่วนได้เสียของรถเครนคันนี้จัดทำกรมธรรม์ประกันภัยทั้งสองประเภทเอาไว้แล้วอย่างครบถ้วน ก็จะสามารถได้รับความคุ้มครองอย่างเต็มที่ด้วยเช่นกัน ในลักษณะเสริมความคุ้มครองให้แก่กันและกัน

 

เนื่องด้วยกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์จะคุ้มครองอุบัติเหตุจากการใช้รถ หรือการใช้ทางตามปกติทั่วไปทั่วประเทศไทย ขณะที่กรมธรรม์ประกันภัยเครื่องจักร และอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อสร้าง (CPM) หรือกรมธรรม์ประกันภัยการปฏิบัติงานตามสัญญา/กรมธรรม์ประกันภัยความเสี่ยงภัยทุกชนิด สำหรับผู้รับเหมา (CAR/EAR) ก็จะคุ้มครองระหว่างใช้งานก่อสร้าง ภายในสถานที่ก่อสร้างที่ระบุเอาประกันภัยไว้เท่านั้น (CPM ซึ่งคุ้มครองรายปีจะรวมทั้งระหว่างอยู่ในสถานที่จัดเก็บที่ระบุเอาประกันภัยไว้กับสถานที่ก่อสร้างแห่งใดก็ได้)

 

ดูเผิน ๆ แล้ว เสมือนหนึ่งน่าจะทำความเข้าใจได้ง่าย ๆ ความคุ้มครองไม่น่าจะทับซ้อนกันได้เลย

 

อันที่จริง มันเป็นอย่างที่คิดเช่นนั้นหรือเปล่า? เส้นแบ่งความคุ้มครองชัดเจนถึงขนาดนั้น จริงหรือไม่?

 

สมมุติว่า รถเครนคันหนึ่งได้จัดทำกรมธรรม์ประกันภัยทั้งสองฉบับครอบคลุมเอาไว้แล้ว ระหว่างคนขับนำรถเครนคันนั้นไปใช้งานยกวัสดุก่อสร้าง ภายในสถานที่ก่อสร้างแห่งหนึ่งที่ถูกระบุให้เป็นสถานที่เอาประกันภัยไว้ด้วย ขณะใช้เครนยกวัสดุนั้นอยู่ เกิดอุบัติเหตุสลิงขาด ทำให้วัสดุนั้นตกลงมาสร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สินของบุคคลภายนอกที่อยู่ใกล้เคียง หรืออาจหล่นไปโดนคนเดินถนนแถวนั้นจนได้รับาดเจ็บพอดี

 

คุณเห็นว่า กรมธรรม์ประกันภัยฉบับใดควรต้องรับผิดชอบบ้างครับ? และจะเลือกคำตอบข้อใดดังต่อไปนี้เป็นคำตอบที่ถูกต้องที่สุด?

 

ก) กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์

ข) กรมธรรม์ประกันภัยเครื่องจักร และอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อสร้าง (CPM) หรือกรมธรรม์ประกันภัยการปฏิบัติงานตามสัญญา/กรมธรรม์ประกันภัยความเสี่ยงภัยทุกชนิด สำหรับผู้รับเหมา (CAR/EAR)

ค) ถูกทั้งสองข้อ คือ ทุกฉบับต้องร่วมกันรับผิด

 

อดใจคุยกันต่อคราวหน้านะครับ  

 

บริการ

-     รับบรรยายให้ความรู้ด้านประกันวินาศภัย

-     รับแปลเอกสารกรมธรรม์ประกันภัย (อังกฤษเป็นไทย)

สนใจติดต่อ vivatchai.amornkul@gmail.com

 

อ่านบทความอีกชุดที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ใน พบ-ป(ร)ะ-กัน(ภัย): เป็นเรื่อง เป็นราว ใน Facebook Meet Insurance ที่ https://www.facebook.com/pomamornkul/

และที่ https://www.facebook.com/BestTrainingAdvisory