วันจันทร์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2564

เรื่องที่ 140 : การพังทลายของอาคาร (Building Collapse) ควรมีความหมายเช่นไร?

 

(ตอนที่สอง)

 

กรณีที่ไม่ปรากฏคำนิยามอย่างชัดแจ้งของ “การพังทลายของอาคาร (Building Collapse)” เอาไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย แนวทางการตีความของศาลต่างประเทศจะจำแนกออกได้เป็นสองแนวทาง ดังนี้

 

1) แนวทางการตีความอย่างเคร่งครัด

 

ศาลกลุ่มนี้จะอาศัยการตีความตามความหมายที่ปรากฏอยู่ในพจนานุกรมทั่วไป คือ จะต้องเกิดการพังทลายลงมาอย่างสิ้นเชิงจริง ๆ โดยมิได้เห็นว่า คำนี้มีความกำกวมไม่ชัดเจนแต่ประการใด พังทลาย คือ พังราบลงมาสู่พื้นดิน (fall into flatten) นั่นเอง

 

ทั้งถ้อยคำนี้ในกรมธรรม์ประกันภัยเอง มิได้เขียนถึงการพังทลายบางส่วนเอาไว้ด้วย

 

อีกทั้งโดยตีความประกอบกับถ้อยคำที่ระบุในความคุ้มครองที่ว่า จะต้องเกิดความสูญเสีย หรือความเสียหายทางกายภาพ (Physical Loss or Damage) ซึ่งให้ความหมายเป็นการก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางกายภาพอย่างชัดเจนรุนแรงของทรัพย์สินที่เอาประกันภัย

 

(อ้างอิงจากคดี Higgins v. Connecticut Fire Ins. Co., 430 P. 2d 479 (Col. 1967) และคดี Rosen v. State Farm General Insurance Co., 30 Cal. 4d 1070 (Cal. 2003))

 

2) แนวทางการตีความอย่างเปิดกว้าง

 

แนวทางการตีความของศาลกลุ่มนี้ค่อนข้างเปิดกว้างกว่า คือ ไม่ถึงขนาดต้องเกิดการพังทลายลงมาอย่างสิ้นเชิงจริง ๆ เท่านั้น เพียงแค่จวนเจียนจะพังทลายลงมา (Imminent) หรือกระทั่งส่งผลกระทบต่อโครงสร้างของอาคาร (Substantial Impairment) จนไม่ปลอดภัยแก่การใช้อาคารนั้นก็เพียงพอแล้ว

 

โดยศาลกลุ่มนี้มองว่า ถ้อยคำการพังทลายนี้ค่อนข้างกำกวม ไม่ใคร่ชัดเจนนัก เห็นควรยกประโยชน์ให้แก่ผู้เอาประกันภัยซึ่งมิได้เป็นผู้ร่างกรมธรรม์ประกันภัย ประกอบกับการตีความหมายอย่างกว้างของความสูญเสีย หรือความเสียหายทางกายภาพ หมายความรวมถึง ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางกายภาพบางอย่าง หรือกระทั่งส่งผลทำให้ทรัพย์สินที่เอาประกันภัยนั้นลดคุณค่าลง หรือขาดประโยชน์จากการใช้สอยก็เพียงพอแล้วเช่นกัน

 

(อ้างอิงจากคดี 401 Fourth St. v. Investors Insurance Group, 823 A.2d 177, 179 (2003) และคดี Queen Anne Park Homeowners Association v. State Farm Fire & Casualty Co., 12-36021 (9th Cir. June 18, 2015))

 

ถึงแม้นจะมีแนวทางการตีความถ้อยคำนี้แบ่งออกได้เป็นสองแนวทางก็ตาม แต่อย่าเพิ่งกังวลมากนัก เพราะทั้งสองแนวทางล้วนต่างให้ผลประโยชน์ได้เสียแก่คู่ความในคดีแตกต่างกัน แล้วแต่จะมองถ้อยคำนี้ในลักษณะเช่นใด?

 

ถ้าการพังทลายนี้ปรากฏอยู่ในลักษณะของข้อยกเว้นในกรมธรรม์ประกันภัยฉบับพิพาท

 

แน่นอนว่า การตีความอย่างเคร่งครัดย่อมอาจเอื้อประโยชน์แก่ฝ่ายผู้เอาประกันภัยได้มากกว่า กรณีเมื่อยังไม่ถึงขนาดพังราบลงมาจริง ๆ

 

ในทางกลับกัน แต่หากไปปรากฏอยู่ในลักษณะของความคุ้มครอง ภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยฉบับพิพาท

 

ผลเสียของการตีความอย่างเคร่งครัดย่อมตกอยู่แก่ฝ่ายผู้เอาประกันภัยมากกว่า กรณีเมื่อยังไม่ถึงขนาดพังราบลงมาจริง ๆ

 

ฉะนั้น เชื่อว่า การฟ้องร้องคดีเพื่อลุ้นผลการตัดสินจึงคงยังมีขึ้นต่อไปไม่รู้จบสิ้น ถึงแม้ในต่างประเทศบางแห่งจะได้กำหนดคำนิยามของการพังทลายเอาไว้อย่างชัดแจ้งในกรมธรรม์ประกันภัย เพื่อป้องกันแล้วก็ตาม

 

ส่วนการตีความในบ้านเรา ผมยังไม่เจอคดีประกันภัยเกี่ยวกับข้อพิพาทเรื่องถ้อยคำนี้เลยครับ จำต้องรอลุ้นต่อไป

 

บริการ

-     รับบรรยายให้ความรู้ด้านประกันวินาศภัย

-     รับแปลเอกสารกรมธรรม์ประกันภัย (อังกฤษเป็นไทย)

สนใจติดต่อ vivatchai.amornkul@gmail.com

 

อ่านบทความอีกชุดที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ใน พบ-ป(ร)ะ-กัน(ภัย): เป็นเรื่อง เป็นราว ใน Facebook Meet Insurance ที่ https://www.facebook.com/pomamornkul/

และที่ https://www.facebook.com/BestTrainingAdvisory

 

วันเสาร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2564

เรื่องที่ 140 : การพังทลายของอาคาร (Building Collapse) ควรมีความหมายเช่นไร?

 

(ตอนที่หนึ่ง)

 

ได้รับฟังข่าวอาคารถล่มจากเพลิงไหม้บ้านตึกด้วยความเศร้าสลดใจ และขอแสดงความเสียใจแก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิต และผู้ประสบภัยทุกท่านมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

 

เมื่อนึกถึงคำว่า “อาคารถล่ม” หรือภาษาประกันภัยจะเรียกว่า “การพังทลายของอาคาร (Building Collapse)” ซึ่งมักมิได้กำหนดคำนิยามเอาไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยอย่างชัดแจ้ง และเนื่องด้วยภัยนี้ก็มิใช่เป็นภัยที่ถูกระบุให้คุ้มครองอย่างชัดแจ้งอีกด้วย ปกติจะปรากฏอยู่ในข้อยกเว้น หรือเงื่อนไขทั่วไปเสียมากกว่า

 

ยกตัวอย่างเช่น

 

1) กรมธรรม์ประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน

 

ฉบับมาตรฐานบ้านเรา ซึ่งให้ความคุ้มครองอุบัติภัยต่าง ๆ ที่มิได้อยู่ในข้อยกเว้น โดยข้อยกเว้นในส่วนของสาเหตุยกเว้น ในข้อ 1.14 ระบุไม่คุ้มครองความเสียหายต่อทรัพย์สินที่เอาประกันภัยจากสาเหตุ

 

1.14 การพังทลาย หรือการแตกร้าวของอาคาร สิ่งปลูกสร้าง กำแพง รั้ว

 

อย่างไรก็ตาม บริษัทจะรับผิดต่อความเสียหายตามข้อ 1.4 และ 1.5 หากเป็นผลโดยตรงจากความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อทรัพย์สินที่เอาประกันภัยหรือสถานที่ตั้งหรือเก็บทรัพย์สินดังกล่าว อันเกิดจากสาเหตุที่มิได้ระบุยกเว้นไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยนี้

 

2) กรมธรรม์ประกันอัคคีภัย สำหรับที่อยู่อาศัย

 

ฉบับมาตรฐานบ้านเรา ซึ่งให้ความคุ้มครองแบบระบุภัย โดยมีภัยไฟไหม้กับภัยธรรมชาติเป็นภัยหลัก ได้ระบุกรณีนี้ไว้ภายใต้หมวดที่ 6. เงื่อนไขทั่วไป ดังนี้

 

6.13  การระงับไปแห่งสัญญาประกันภัย

 

           ความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยฉบับนี้ เป็นอันระงับสิ้นไปทันทีเมื่อ

 

           6.13.1 ……………………

           6.13.4 สิ่งปลูกสร้างที่ระบุไว้ในตารางกรมธรรม์ประกันภัย หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของสิ่งปลูกสร้างนั้นได้มีการพังทลายหรือเคลื่อนไปจากเดิม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน จนทำให้สิ่งปลูกสร้างนั้นเสียประโยชน์ในการใช้ทั้งหมดหรือบางส่วน หรือทำให้สิ่งปลูกสร้างนั้น หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของสิ่งปลูกสร้างนั้น หรือทรัพย์สินที่อยู่ภายในสิ่งปลูกสร้างนั้นตกอยู่ในการเสี่ยงต่อวินาศภัยเพิ่มขึ้น เว้นแต่เหตุดังกล่าวมานี้ เป็นผลสืบเนื่องมาจากภัยที่ได้รับความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยฉบับนี้

 

            อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขข้อ 6.13 นี้ จะไม่นำมาบังคับใช้ หากผู้เอาประกันภัยได้แจ้งให้บริษัททราบและบริษัทตกลงยินยอมรับประกันภัยต่อไป โดยได้ออกใบสลักหลังกรมธรรม์ประกันภัยไว้เป็นหลักฐานแล้ว

 

บ่อยครั้ง ทำให้เกิดข้อพิพาทว่า คำนี้ควรมีความหมายเช่นใดกันแน่?

 

การพังทลาย หรือการถล่มนั้น จะหมายความถึง

 

ก) ต้องเกิดพังทลายทั้งอาคารลงมาจริง หรือ (พังทลายสิ้นเชิง)

ข) เพียงพังทลายบางส่วนก็ได้ (พังทลายบางส่วน) หรือ

ค) เพียงส่งผลกระทบต่อโครงสร้างจนไม่ปลอดภัยแก่การใช้อาคารก็

    พอแล้ว (จวนเจียนจะพังทลาย)

ง) ถูกทุกข้อ

 

คุณคิดว่า ควรจะเลือกอยู่ในความหมายข้อใดถูกต้องที่สุด?

 

ครั้นเปิดดูคำนิยามของพจนานุกรมศัพท์ประกันภัย พิมพ์ครั้งที่ 6 พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติม) ฉบับราชบัณฑิตยสภา

 

Collapse การยุบแฟบ, การพังทลาย หมายความถึง

 

ในกรมธรรม์ประกันภัยหม้อกำเนิดไอน้ำ การยุบแฟบ หมายถึง การเปลี่ยนรูปของส่วนใดส่วนหนึ่งของหม้อกำเนิดไอน้ำโดยฉับพลันในลักษณะอันตราย โดยแรงบีบอัดของไอน้ำหรือของเหลว จะถึงแตกร้าวหรือไม่ก็ตาม ทั้งนี้มิได้หมายความถึงการเสียรูปซึ่งค่อยเป็นค่อยไปอย่างช้า ๆ ไม่ว่าจะเนื่องจากสาเหตุใดก็ตาม

 

ในกรมธรรม์ประกันภัยสิ่งปลูกสร้าง การพังทลาย หมายถึง การล้มหรือการยุบหรือการแตกออกจากกันของสิ่งปลูกสร้างเนื่องจากแรงกระทำจากภายนอก

 

โดยมิได้กล่าวถึงความหมายนี้ในกรมธรรม์ประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน หรือกรมธรรม์ประกันภัยทรัพย์สินอื่นเลย

 

ขณะที่พจนานุกรม ไทย-ไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 ให้ความของคำว่า

 

พัง” หมายถึง

 

1 ก. ทลาย เช่น บ้านพัง ตึกพัง, ทำให้ทลาย เช่น พังบ้าน พังประตู 2 น. ช้างตัวเมีย เรียกว่า ช้างพัง

 

ทลาย” หมายถึง

 

ก. อาการที่สิ่งซึ่งเป็นกลุ่มก้อนแตกหักหรือพังกระจัดกระจาย เช่น กองทรายทลาย พังหรือทําให้พัง เช่น กําแพงทลาย ทลายกําแพง มักใช้เข้าคู่กับคำ พัง เป็น พังทลาย โดยปริยายหมายความว่า ล้มเหลวไม่ได้ดังหวัง เช่น ความฝันพังทลาย วิมานทลาย

 

พจนานุกรมต่างประเทศก็ให้ความหมายคล้ายคลึงกัน คือ ต้องมีการพังทลายลงมาจริง (to cave or fall in or give way)

 

สัปดาห์หน้า ลองไปดูข้อพิพาทประเด็นนี้ของต่างประเทศกันนะครับ

 

บริการ

-     รับบรรยายให้ความรู้ด้านประกันวินาศภัย

-     รับแปลเอกสารกรมธรรม์ประกันภัย (อังกฤษเป็นไทย)

สนใจติดต่อ vivatchai.amornkul@gmail.com

 

อ่านบทความอีกชุดที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ใน พบ-ป(ร)ะ-กัน(ภัย): เป็นเรื่อง เป็นราว ใน Facebook Meet Insurance ที่ https://www.facebook.com/pomamornkul/

และที่ https://www.facebook.com/BestTrainingAdvisory