เรื่องที่ 237 : ไฟไหม้ น้ำดับไฟ ฝนตก น้ำรั่ว แล้วเกิดรา ถือเป็นเหตุการณ์เดียวกัน หรือต่างเหตุการณ์กันแน่?
(ตอนที่สอง)
เมื่อคดีนี้ถูกนำขึ้นสู่ศาลชั้นต้น มีประเด็นข้อต่อสู้ระหว่างคู่ความทั้งสองฝ่าย ดังนี้
ฝ่ายโจทก์ผู้เอาประกันภัยกล่าวอ้างว่า
เชื้อรา (mold) ที่เกิดขึ้นมานั้นเป็นผลติดตามมา หรือต่อเนื่องมาจากน้ำที่เข้าไปดับไฟ (สาเหตุใกล้ชิด) ซึ่งไฟไหม้เป็นภัยที่คุ้มครอง โดยมีน้ำรั่วจากหลังคาที่เสียหายจากเหตุการณ์ไฟไหม้นั้นเข้ามาผสมโรง
ฝ่ายจำเลยบริษัทประกันภัยต่อสู้ว่า
ข้อยกเว้นความเสียหายจากเชื้อรา (mold damage) เป็นข้อยกเว้นโดยเด็ดขาดทุกกรณี ไม่ว่าจะมีสาเหตุ (cause) จากอะไรก็ตาม
ฝ่ายโจทก์ผู้เอาประกันภัยโต้แย้งว่า
จากข้อความของข้อยกเว้นที่เขียนไว้ มีการใช้ถ้อยคำสำคัญที่แตกต่างอยู่สองคำ คือ ความเสียหาย (loss/damage) กับสาเหตุ (cause) ซึ่งทั้งสองคำให้ความหมายแตกต่างกัน ในลักษณะเทียบเคียง กล่าวคือ ความเสียหาย (loss/damage) หมายความถึง ผลลัพธ์ที่ได้ (result/effect) ขณะที่สาเหตุ (cause) หมายความถึง ต้นเหตุ (originating cause) หรือ
กล่าวอีกนัยหนึ่ง ความเสียหายต่อทรัพย์สินที่เอาประกันภัยนั้นมิได้มีสาเหตุมาจากเชื้อรา (mold) โดยตรง แต่เชื้อรา (mold) นั้นเป็นเพียงองค์ประกอบของความเสียหายที่ติดตามมา/ต่อเนื่องมาจากภัยที่คุ้มครองเท่านั้น ในที่นี้ ได้แก่ ภัยไฟไหม้กับภัยความเสียหายเนื่องจากน้ำ
ศาลชั้นต้นเห็นคล้อยตามกับฝ่ายจำเลยบริษัทประกันภัย โดยตัดสินให้เป็นฝ่ายชนะคดี
ฝ่ายโจทก์ผู้เอาประกันภัยอุทธรณ์คัดค้าน โดยคงยืนยันว่า ข้อยกเว้นดังอ้างอิงไม่ได้ยกเว้นเชื้อรา (mold) ทุกกรณี เพียงยกเว้นเฉพาะเชื้อราที่เป็นสาเหตุก่อให้เกิดความเสียหายนี้ (loss caused by mold) ขึ้นมาเท่านั้น แต่ไม่ได้รวมถึงกรณีที่เชื้อราเองเป็นส่วนหนึ่งของความเสียหายโดยตรง (mold as a loss in itself) จากภัยที่คุ้มครอง
ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องกับฝ่ายโจทก์ผู้เอาประกันภัย โดยวินิจฉัยว่า ข้อความของข้อยกเว้นนี้กำกวม
คู่ความทุกฝ่ายต่างยอมรับเชื้อรา (mold) อาจเป็นได้ทั้งสาเหตุ หรือความเสียหายเองก็ได้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
ฉะนั้น หากฝ่ายจำเลยบริษัทประกันภัยซึ่งเป็นผู้ร่างกรมธรรม์ประกันภัยฉบับพิพาทประสงค์จะให้ยกเว้นโดยเด็ดขาด ทั้งในกรณีที่เป็นสาเหตุ (caused by) หรือเป็นผลมาจาก (resulting from) และกรณีที่เป็นความเสียหาย (loss) ด้วยแล้ว ก็สามารถกระทำได้อย่างง่ายดาย เมื่อไม่ได้กระทำ จำต้องยกประโยชน์แห่งความไม่ชัดเจนนี้แก่ฝ่ายโจทก์ผู้เอาประกันภัย
โดยทั่วไป ภัยคุ้มครองไฟไหม้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ความเสียหายจากไฟไหม้เท่านั้น แต่ยังหมายความรวมถึงภัยอื่นซึ่งมีสาเหตุใกล้ชิด (proximate casue) ต่อเนื่องโดยไม่ขาดตอนกับภัยไฟไหม้อีกด้วย เป็นต้นว่า การแตกร้าว การพังทลายเนื่องจากความร้อน หรือการเผาผลาญ การเปียกน้ำที่เข้าไปดับไฟ เว้นแต่จะได้ถูกระบุให้ยกเว้นเป็นอย่างอื่นไว้โดยชัดแจ้ง
หากฝ่ายโจทก์ผู้เอาประกันภัยสามารถพิสูจน์ให้รับฟังได้ว่า เชื้อรา (mold) นั้นเป็นผลมาจากภัยไฟไหม้ที่คุ้มครองแล้ว ฝ่ายจำเลยบริษัทประกันภัยจำต้องรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัยฉบับพิพาท จึงตัดสินให้ย้อนคดีกลับสู่ศาลชั้นต้น เพื่อวินิจฉัยประเด็นนี้ให้ประจักษ์ต่อไป
(อ้างอิง และเรียบเรียงมาจากคดี Liristis v. American Family Mutual Insurance Company, 204 Ariz. 140, 61 P.3d 22 (App. 2002))
ข้อสังเกตุ
1) ความเสียหาย (loss/damage) กับสาเหตุ (cause) มีความหมายไม่เหมือนกัน
2) สาเหตุใกล้ชิด (proximate cause) กับความเสียหายที่ติดตามมา/ความเสียหายต่อเนื่อง (ensuing loss/subsequent loss) มีความหมายต่างกัน
3) การจำแนกเหตุการณ์ต่าง ๆ ออกจากกันนั้น ไม่ได้อาศัยเงื่อนเวลาอย่างเดียว
คุณคิดเห็นอย่างไรบ้างครับ?
บริการ
- รับบรรยายให้ความรู้ด้านประกันวินาศภัย
- รับแปลเอกสารกรมธรรม์ประกันภัย (อังกฤษเป็นไทย)
สนใจติดต่อ vivatchai.amornkul@gmail.com
อ่านบทความอีกชุดที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ใน พบ-ป(ร)ะ -กัน(ภัย): เป็นเรื่อง เป็นราว ใน Facebook Meet Insurance ที่ https://www.facebook.com/pomamornkul/
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น