เรื่องที่ 207 : กรมธรรม์ประกันความเสี่ยงภัยทุกชนิด สำหรับผู้รับเหมา (Contractor’s All Risks Insurance Policy) กับกรมธรรม์ประกันภัยความรับผิดเชิงพาณิชย์ แบบครอบคลุม (Commercial General Liability Insurance Policy (CGL)) ใช้ด้วยกันได้ไหม?
ช่วงนี้อาจมีบทความเกี่ยวกับกรมธรรม์ประกันความเสี่ยงภัยทุกชนิด สำหรับผู้รับเหมา (Contractor’s All Risks Insurance Policy) หรือกรมธรรม์ประกันภัยการปฏิบัติงานตามสัญญาว่าจ้าง (Contract Works Insurance Policy) ถี่กว่าปกติ เพราะกำลังอยู่ในช่วงบรรยายให้ความรู้ของกรมธรรม์ประกันภัยจำพวกนี้อยู่พอดี
ประจวบกับมีคำถามว่า ในความคุ้มครองส่วนที่ 3 ความรับผิดตามกฎหมายต่อบุคคลภายนอกนั้น จะเปลี่ยนไปเลือกใช้กรมธรรม์ประกันภัยความรับผิดเชิงพาณิชย์ แบบครอบคลุม (Commercial General Liability Insurance Policy (CGL)) แทนได้ไหม?
คงต้องเสนอแนะให้ฉุกคิดเบื้องต้นก่อนว่า ปัจจุบัน โลกแห่งธุรกิจประกันภัยจัดแบ่งออกได้เป็นสองค่ายใหญ่ ๆ ได้แก่ ค่ายทางฝั่งยุโรป กับค่ายทางฝั่งอเมริกา แม้ค่ายทางฝั่งยุโรปจะก่อกำเนิดขึ้นมาก่อน และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางเกือบทั่วโลก รวมทั้งบ้านเราด้วย แต่หลัง ๆ ค่ายทางฝั่งอเมริกาเริ่มมาแรง เพราะมีการพัฒนาสร้างความแปลกใหม่แตกต่างออกมาเป็นระยะ ๆ ทำให้เริ่มค่อย ๆ มีการยอมรับมากขึ้น โดยเฉพาะในบ้านเรา
เพื่อตอบคำถามนั้น จำต้องทำความเข้าใจก่อนว่า รูปแบบความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัยบ้านเราทั้งหมดมีรากฐานมาจากค่ายทางฝั่งยุโรป ทั้งในกรมธรรม์ประกันความเสี่ยงภัยทุกชนิด สำหรับผู้รับเหมา หรือกรมธรรม์ประกันภัยการปฏิบัติงานตามสัญญาว่าจ้างที่ให้ความคุ้มครองแก่งานก่อสร้าง/งานติดตั้ง เช่นเดียวกับความคุ้มครองส่วนที่ 3 ความรับผิดตามกฎหมายต่อบุคคลภายนอกก็ถูกอ้างอิงมาจากกรมธรรม์ประกันภัยความรับผิดตามกฎหมายต่อบุคคลภายนอก (Public Liability Insurance Policy (PL))
ขณะที่ค่ายทางฝั่งอเมริกา ได้มีการพัฒนารูปแบบความคุ้มครองเฉพาะของตนเองขึ้นมา เรียกว่า กรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองความเสี่ยงภัยของผู้รับเหมาก่อสร้าง (Builders’ Risk Insurance Policy) ซึ่งจะให้ความคุ้มครองเฉพาะสำหรับงานก่อสร้าง/งานติดตั้ง ส่วนความคุ้มครองความรับผิดตามกฎหมายต่อบุคคลภายนอกให้ไปเลือกซื้อแยกต่างหาก ภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยความรับผิดเชิงพาณิชย์ แบบครอบคลุม (CGL) ซึ่งจะมีขอบเขตความคุ้มครองที่หลากหลาย และกว้างกว่ากรมธรรม์ประกันภัยความรับผิดตามกฎหมายต่อบุคคลภายนอก (PL) มากนัก
ขนาดไม่เลือกซื้อความคุ้มครองส่วนที่ 3 ความรับผิดตามกฎหมายต่อบุคคลภายนอก โดยให้ไปเลือกซื้อกรมธรรม์ประกันภัยความรับผิดตามกฎหมายต่อบุคคลภายนอก (PL) แยกต่างหากแทน ยังต้องมีการปรับแก้ไขเงื่อนไขความคุ้มครองหลายจุด แต่ถ้าไปเลือกใช้กรมธรรม์ประกันภัยความรับผิดเชิงพาณิชย์ แบบครอบคลุม (CGL) แทน อาจถึงขนาดแทบรื้อแก้กันทั้งฉบับก็เป็นได้
ถึงตรงนี้ ลองพิจารณาตัดสินใจกันดูเองนะครับ หรือจะดูจากตัวอย่างคดีศึกษาต่างประเทศเรื่องนี้เป็นแนวทางก็ได้
ผู้รับเหมารายหนึ่งถูกว่าจ้างให้ทำการก่อสร้างโครงการหมู่บ้านแห่งหนึ่ง โดยนอกเหนือจากจะมีกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองตัวงานก่อสร้างไว้แล้ว ผู้รับเหมารายนี้ยังได้ซื้อกรมธรรม์ประกันภัยความรับผิดเชิงพาณิชย์ แบบครอบคลุม (CGL) เผื่อเอาไว้อีกด้วย
ภายจากงานก่อสร้างได้เสร็จสิ้นลง และได้ถูกส่งมอบให้แก่เจ้าของโครงการ ตลอดจนไปถึงมือของเจ้าของบ้านแต่ละหลังเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ต่อมากลับได้รับเรื่องร้องเรียนถึงความบกพร่องไม่เรียบร้อยของตัวงานก่อสร้างในบ้านที่ถูกส่งมอบแล้วบางหลัง ไม่ว่าจะเป็นกรณีปัญหาเรื่องฐานราก ผนังเบากั้นห้อง และส่วนตกแต่งภายในอื่น ๆ ที่ปรากฏร่องรอยความเสียหายอย่างชัดเจน ผลการตรวจพิสูจน์ยืนยันได้ว่า มาจากปัญหาคุณภาพของดินที่นำมาถม และการมิได้ถูกบดอัดให้แข็งแรงแน่นหนาตามที่ควรจะเป็น ซึ่งอยู่ในส่วนงานภาระหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้รับเหมาช่วง โดยเจ้าของบ้านผู้เสียหายได้เรียกร้องให้ผู้รับเหมาหลักเข้ามารับผิดชอบแทนในฐานะตัวการ จัดดำเนินซ่อมแซม และปรับแก้ไขความเสียหายที่บังเกิดขึ้นดังกล่าว รวมถึงความเสียหายที่มีต่อทรัพย์สินส่วนตัวของเจ้าของบ้านเหล่านั้นด้วย โทษฐานกระทำผิดตามสัญญาว่าจ้าง กระทำการโดยประมาทเลินเล่อ และฝ่าฝืนกฎหมายที่บัญญัติไว้
ครั้นเรื่องราวได้ถูกแจ้งมายังบริษัทประกันภัยผู้ให้ความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยความรับผิดเชิงพาณิชย์ แบบครอบคลุม (CGL) เพื่อให้ดำเนินการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในนามของผู้เอาประกันภัยผู้รับเหมาหลัก กลับได้รับคำตอบว่า จะให้ความคุ้มครองได้เพียงเฉพาะความเสียหายต่อทรัพย์สินส่วนตัวของเจ้าของบ้านเท่านั้น ซึ่งถือเป็นบุคคลภายนอก แต่ไม่ใช่สำหรับความเสียหายต่อโครงสร้างของบ้านดังกล่าวด้วยเหตุผลว่า
1) กรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นไม่ถือเป็นอุบัติเหตุ
2) กรณีเป็นลักษณะความรับผิดตามสัญญามากกว่าความรับผิดตามกฎหมายต่อบุคคลภายนอก และ
3) กรณีตกอยู่ในข้อยกเว้นของกรมธรรม์ประกันภัยฉบับพิพาทด้วย
ผู้เอาประกันภัยผู้รับเหมาหลักจึงได้นำคดีขึ้นสู่ศาล เพื่อให้วินิจฉัยตัดสิน
คดีนี้ได้มาถึงชั้นศาลอุทธรณ์ในท้ายที่สุด เนื่องจากศาลชั้นต้นเห็นพ้องกับข้อโต้แย้งของฝ่ายบริษัทประกันภัยจำเลย และได้พิพากษาให้ฝ่ายบริษัทประกันภัยจำเลยชนะคดี
ศาลอุทธรณ์ได้วิเคราะห์ประเด็นข้อถกเถียงตามคำฟ้องแล้ว ให้ความเห็นไว้ ดังนี้
1) กรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นไม่ถือเป็นอุบัติเหตุหรือไม่?
กรมธรรม์ประกันภัยฉบับพิพาทระบุให้ความคุ้มครองถึงจำนวนเงินทั้งหลายซึ่งผู้เอาประกันภัยมีภาระผูกพันตามกฎหมายที่จะต้องจ่ายเป็นค่าเสียหาย อันเนื่องจากการบาดเจ็บทางร่างกาย หรือความเสียหายต่อทรัพย์สิน ซึ่งมีสาเหตุมาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น (occurrence) ภายในอาณาเขตความคุ้มครองที่เกิดขึ้นในระหว่างระยะเวลาประกันภัย
โดยที่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น (occurrence) นั้นมีคำจำกัดความเฉพาะ ให้หมายความถึง อุบัติเหตุ รวมถึงภยันตรายที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง หรือที่ซ้ำซ้อนกัน อันเป็นผลสืบเนื่องอย่างชัดแจ้งมาจากสภาวะอันตรายที่เป็นปกติอย่างเดียวกันนั้นเอง แต่มิได้มีคำนิยามของอุบัติเหตุกำหนดเอาไว้ด้วย
อนึ่ง สำหรับความเสียหายต่อทรัพย์สินนั้น ให้ความหมายถึง การเสียหายทางกายภาพที่เกิดขึ้นแก่ทรัพย์สินที่จับต้องได้ อันรวมถึงการขาดประโยชน์จากการใช้งาน (loss of use) ของทรัพย์สินนั้นเองด้วย
ทั้งยังมีการขยายความคุ้มครองไปถึงผลิตภัณฑ์-การปฏิบัติงานโดยสมบูรณ์ที่มีสภาวะความเสี่ยงภัย (products-completed operations hazard) ซึ่งให้ความคุ้มครองแก่การบาดเจ็บทางร่างกาย และความเสียหายต่อทรัพย์สินที่บังเกิดขึ้นภายนอกสถานที่ที่ผู้เอาประกันภัยเป็นเจ้าของ หรือครอบครองอยู่ อันเกิดขึ้นเนื่องมาจากผลิตภัณฑ์ หรืองานของผู้เอาประกันภัยนั้นเอง เว้นแต่งานที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ หรือยังไม่สละละทิ้งไป
ฝ่ายบริษัทประกันภัยจำเลยโต้แย้งว่า ฝีมือแรงงานที่บกพร่อง (defective workmanship) ของผู้รับเหมาช่วงที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ตัวงานของผู้รับเหมาหลักนั้น ไม่อาจถือเป็นอุบัติเหตุได้ เนื่องด้วยเป็นสิ่งที่คาดหวังได้อยู่แล้ว
ศาลอุทธรณ์ไม่คล้อยตาม เพราะปกติทั่วไป การแปลความหมายของอุบัติเหตุ ควรมองจากมุมมองของผู้เอาประกันภัยเองว่า ไม่ได้มีเจตนา หรือไม่ได้มุ่งหวัง กอปรกับคำจำกัดความของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเองยังได้ขยายความรวมถึงภยันตรายที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง หรือที่ซ้ำซ้อนกัน อันเป็นผลสืบเนื่องอย่างชัดแจ้งมาจากสภาวะอันตรายที่เป็นปกติอย่างเดียวกันนั้นเองอีกด้วย กรณีนี้ เข้าข่ายลักษณะภยันตราย หรือสภาวะอันตรายเช่นว่านั้น
2) กรณีเป็นลักษณะความรับผิดตามสัญญามากกว่าความรับผิดตามกฎหมายต่อบุคคลภายนอกหรือไม่?
การที่ฝ่ายบริษัทประกันภัยจำเลยเสมือนจำแนกความเสียหายแก่ทรัพย์สินส่วนตัวของเจ้าของบ้านให้เป็นทรัพย์สินของบุคคลภายนอก โดยตกลงจะชดใช้ให้ ขณะที่ตัวโครงสร้างบ้านที่เสียหายจัดเป็นความรับผิดตามสัญญาจ้างงานระหว่างผู้รับเหมาหลักกับผู้รับเหมาช่วงนั้น อันไม่ใช่อุบัติเหตุ และไม่ถือเป็นบุคคลภายนอกด้วยนั้น
ศาลอุทธรณ์ก็ไม่อาจรับฟัง เพราะเมื่อมองย้อนกลับไป แรกเริ่มเดิมที กรมธรรม์ประกันภัยฉบับพิพาทนี้มุ่งเน้นให้ความคุ้มครองแก่บุคคลภายนอกจริง แต่ต่อมา มีการปรุงแก้ไขหลายรอบอยู่เป็นระยะ เพื่อขยายความคุ้มครองให้มากขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้มีการขยายความคุ้มครองไปถึงผลิตภัณฑ์-การปฏิบัติงานโดยสมบูรณ์ที่มีสภาวะความเสี่ยงภัย (products-completed operations hazard) ด้วย เพียงจำกัดไม่รวมถึงสิ่งที่เกิดจากการกระทำของผู้รับเหมาช่วงเท่านั้น อย่างไรก็ดี ก็มิได้เป็นสิ่งที่จะยกเว้นโดยเด็ดขาด สามารถขอขยายเพิ่มเติมได้อีกอยู่ดี
เมื่อเป็นเช่นนี้ การจำแนกความเสียหายที่เกิดขึ้นจึงไม่สมเหตุผล ถ้าพิจารณาว่า การกระทำบกพร่องผิดพลาดของไม่ว่าจะเป็นของผู้รับเหมาหลัก หรือผู้รับเหมาช่วงไม่จัดเป็นอุบัติเหตุแล้ว จะสามารถขยายความคุ้มครองภายหลังอีกได้อย่างไร ถึงแม้น แนวทางการตีความเรื่องความบกพร่องของฝีมือแรงงาน ศาลหลายแห่งยังมีความเห็นแตกต่างกัน บางท่านบอกว่า ไม่ใช่ บางทานบอกว่า ใช่ก็ตาม โดยที่ฝ่ายที่บอกไม่ใช่ เนื่องด้วยหวั่นเกรงจะส่งผลทำให้กรมธรรม์ประกันภัยฉบับพิพาทจะกลายเป็นเสมือนลักษณะการรับประกันฝีมือแรงงาน (performance bonds) นั้น
ศาลอุทธรณ์ไม่เห็นคล้อยด้วย เพราะมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง นั่นเป็นกรณีค้ำประกันการทำงานของผู้รับเหมาให้สำเร็จลุล่วงไป เพื่อผลประโยชน์ของเจ้าของโครงการ แต่เรื่องนี้เพื่อประโยชน์ของผู้ได้รับความเสียหาย
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ความเสียหายที่เกิดจากความบกพร่องของผู้รับเหมาช่วงถือเป็นอุบัติเหตุที่ฝ่ายผู้เอาประกันภัยโจทก์ไม่ได้เจตนา หรือมุ่งหวัง และเข้าคำจำกัดความของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามกรมธรรม์ประกันภัยฉบับพิพาท
3) กรณีตกอยู่ในข้อยกเว้นของกรมธรรม์ประกันภัยฉบับพิพาทด้วยหรือเปล่า?
ความเสียหายต่อโครงสร้างบ้านดังกล่าวเข้าข่ายตามความหมายของความเสียหายต่อทรัพย์สินด้วย กอปรกับกรมธรรม์ประกันภัยฉบับพิพาทนี้ก็ได้ขยายความคุ้มครองรวมถึงความเสียหายต่อโครงการก่อสร้างที่เสร็จสิ้นแล้วของผู้รับเหมาหลัก อันเกิดจากฝีมือแรงงานที่บกพร่องของผู้รับเหมาช่วงเช่นเดียวกัน
ศาลอุทธรณ์จึงตัดสินให้ฝ่ายผู้เอาประกันภัยโจทก์ชนะคดีนี้ในท้ายที่สุด
(อ้างอิง และเรียบเรียงมาจากคดี United States Fire Insurance Company v. J.S.U.B., Inc., SC05-1295 [2007])
บริการ
- รับบรรยายให้ความรู้ด้านประกันวินาศภัย
- รับแปลเอกสารกรมธรรม์ประกันภัย (อังกฤษเป็นไทย)
สนใจติดต่อ vivatchai.amornkul@gmail.com
อ่านบทความอีกชุดที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ใน พบ-ป(ร)ะ -กัน(ภัย): เป็นเรื่อง เป็นราว ใน Facebook Meet Insurance ที่ https://www.facebook.com/pomamornkul/
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น